การเลือกรองเท้าสำหรับการเดินป่า

การเดินป่า

การเลือกรองเท้าสำหรับการเดินป่า

source: สนามเดินป่า

"เมื่ออยู่ในป่า ถ้ารองเท้าที่ใส่อยู่ไม่ดีพอ สิ่งที่พอทำได้ในเวลานั้น ก็คือ…..การเดินต่อไป !!!"

สำหรับรองเท้าเดินป่า สิ่งที่หลายๆ คนมองข้ามกันอยู่บ่อยๆ คือ น้ำหนักของรองเท้า ในเรื่องของ
ปริมาณของพลังงานที่เสียไปในระหว่างการเดิน ลองคิดดูว่า ในวันวันหนึ่ง ระยะทางการเดินป่าเพียง 1
กิโลเมตร ต้องใช้การก้าวเท้ากี่ครั้ง สำหรับคนที่มีรูปร่าง ปกติซึ่งมีช่วงก้าวครั้งหนึ่งประมาณ 40 เซนติ
เมตร นั้นคือการยกเท้าขึ้นจากพื้นดิน 1 ครั้ง (พร้อมรองเท้าที่สวม) เพื่อก้าว ไปข้างหน้า ดังนั้นในระยะ
ทาง 1 กิโลเมตร คุณต้องก้าวขาทั้งหมด 1,500 ครั้งเป็นอย่างน้อย และแน่นอนว่าในแต่ละครั้งนั้น คุณ
ต้องแบกรับน้ำหนักของรองเท้าที่สวมใส่อยู่ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลองคิดดูว่าในการเดินทางตลอด
ทั้งทริปนั้น คุณต้องรับภาระของน้ำหนักรองเท้ามากขึ้นอีกเท่าไหร่ หากคุณเลือกใช้รองเท้าที่มีน้ำหนัก
มากเกินความจำเป็น

    แต่ในการเดินป่าจริงๆ สภาพภูมิประเทศไม่ได้ราบเรียบตลอด บางครั้งต้องพบกับสภาพเส้นทางขึ้นๆ
ลง โดยเฉพาะเส้นทางการเดินเขา เมื่อบวกกับสัมภาระที่แบกอยู่บนหลังเข้าไปด้วย น้ำหนักทั้งหมด
ของคุณรวมทั้งน้ำหนักของสัมภาระที่กดทับลงมาที่ขาทั้งสองข้าง ทำให้เท้าของคุณต้องรับภาระอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ รองเท้าที่คุณเลือกใช้ตั้งแต่ออกเดินทาง จะมีส่วนสำคัญในตอนนี้เอง

สัมผัสจากฝ่าเท้า

    เป็นความจริงที่เราอาจลืมไปว่า ในขณะที่เราสวมรองเท้าคู่ใดคู่
หนึ่งอยู่ก็ตาม พื้นรองเท้าที่กั้นอยู่ระหว่างฝ่าเท้าของเรากับพื้นดิน จะ
เป็นตัวกั้นสัมผัสที่มนุษย์เรามีมาแต่เกิด สัมผัสที่ว่านี้จะแปลสิ่งที่ฝ่า
เท้ารับรู้ถ่ายทอดไปยังสมอง เพื่อสมองจะออกคำสั่งไปยังร่างกาย ว่า
เราควรวางเท้าลงในลักษณะใด เมื่อรับรู้ว่าพื้นผิวเบื้องล่างเป็นอย่างไร

    ลองเดินบนพื้นดินด้วยเท้าเปล่า แล้วใส่รองเท้าเดินดูอีกครั้งหนึ่ง
บนพื้นผิวเดียวกันนั้น คุณจะพบว่าสัมผัสที่ฝ่าเท้าได้รับแตกต่างกัน
อย่างชัดเจน ในอดีตบรรพบุรุษของเราย่ำไปบนพื้นดินด้วยเท้าก็จริง

อยู่ แต่ย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอนในยุคนี้ที่เราจะเดินย่ำไปทั่วพื้นป่าด้วยเท้าที่เปลือยเปล่ารองเท้าจึง
เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักเดินทางทุกคน ปัญหาต่อมาก็คือ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว รองเท้าแบบไหนกันล่ะ
ที่เหมาะแก่การเดินทาง

    ความจริงคือว่าไม่มีรองเท้าคู่ใดที่เหมาะกับการเดินทางทุกสภาพเส้นทางเดินเท้า ดังนั้นจึงควรต้อง
รู้ก่อนเป็นอันดับแรกว่า เส้นทางที่คุณไปนั้นมีสภาพเป็นเช่นไร และขั้นต่อมาคือการเลือกรองเท้าที่
เหมาะสมกับสภาพเส้นทางนั้นๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักเดินทางมืออาชีพที่เดินทางบ่อยๆ จะมีรอง
เท้าไว้ใส่ออกทริปที่แตกต่างคนละหลายๆ คู่

สิ่งที่จะเกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งสำหรับพื้นดินในป่าโดยทั่วไป เมื่อคุณใช้รองเท้าที่มีดอกลึกก็คือ พื้นรอง
เท้าจะตะกุยดินบนพื้นขึ้นมาเกินความจำเป็น ทำให้เป็นอันตรายต่อภูมิประเทศ และส่วนที่เป็นส้นรอง
เท้าที่แข็งและดอกที่ลึกเกินไปนั้น ทำให้เท้าต้องรับภาระที่เกินจำเป็นทุกครั้งที่น้ำหนักตัวกดลงไป
รองเท้าที่พื้นเรียบ หรือมีดอกไม่ลึกนักใช้งานได้ดีบนพื้นลักษณะนี้

หากเป็นการเดินบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยหิน กรวดซึ่งในระหว่างเส้นทางอาจต้องพบหินที่ตกลงมาจาก
ภูเขา ควรใช้รองเท้าที่มีดอกลึก เพื่อการเกาะยึดที่ดีขึ้น และควรเป็นรองเท้าที่สามารถห่อหุ้มและป้อง
กันเท้าได้เป็นอย่างดี รองเท้าที่เหมาะสำหรับเส้นทางลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างที่ค่อนข้างแข็ง
โดยเฉพาะมีส่วนหัวที่แข็งแรงเพื่อป้องกันเท้าได้เป็นอย่างดี

ระหว่างที่เราอยู่ที่แคมป์พักแรม นักเดินทางที่มีความรับผิดชอบ จะใช้รองเท้าที่มีพื้นธรรมดา เช่น รอง
เท้าแตะ เพื่อลดการทำลายพื้นที่โดยรอบบริเวณแคมป์ เนื่องจากบริเวณที่พักแรมจะมีการใช้พื้นดินมาก
กว่าบริเวณอื่นๆ จากการประกอบกิจกรรมต่างๆ อยู่แล้ว การใช้รองเท้าแตะยังเป็นการปลดปล่อยเท้า
ชั่วคราวจากการเดินทางด้วยรองเท้าเดินป่ามาเป็นเวลานาน เท่ากับเป็นการให้เท้าของเราพักไปในตัว
เพื่อรับภาระสำหรับการเดินในวันต่อไป

รองเท้าเดินป่ามีกี่แบบ เราอาจจะแบ่งรองเท้าสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามนี้
 
1. Mountaineering boots "เจ้าเทอะทะ"

    รองเท้าชนิดนี้เหมาะสำหรับการเดินทางบนเส้นทางภูเขาในประ
เทศ ที่ค่อนข้างทุรกันดาร พื้นเต็มไปด้วยกรวด หิน รูปร่างลักษณะของ
รองเท้าจึงถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ดังนั้นรูปร่างของ
รองเท้าชนิดนี้จึงดูเทอะทะ บึกบึน ส่วนที่เป็นบริเวณที่ห่อหุ้มข้อเท้า
จะมีความสูงตั้งแต่ 6-8 นิ้ว เพื่อป้องกันข้อเท้าให้มั่นคง รองเท้าชนิด
นี้มีคุณภาพดีๆ ส่วนใหญ่ผลิตจากหนัง Full Grain หรือ Top Grain ซึ่ง

แข็งแรง อ่อนนุ่ม และยังกันน้ำได้ แต่ก็ทำให้มีน้ำหนักมาก รองเท้าชนิดนี้จึงไม่ค่อยเหมาะสำหรับ
สภาพเส้นทางโดยทั่วไปในบ้านเรา และไม่เหมาะสำหรับการเคลื่อนที่ ซึ่งต้องการความคล่องตัว ราคา
ของรองเท้าชนิดนี้ค่อนข้างมีราคาแพง เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการผลิต
 
2. Jungle Boots "หุ้มขาแข็ง"

    รองเท้าเดินป่าแบบ "ครบสูตร" ที่เรามักเห็นในภาพยนตร์เกี่ยวกับ
การผจญภัยทั้งหลาย รองเท้าชนิดนี้มีความสูงกว่ารองเท้าทุกแบบที่
กล่าวถึง คือ ความสูงขึ้นมาถึงครึ่งหน้าแข้งของผู้สวม จุดประสงค์ที่มัน
ถูกผลิตขึ้นมาในลักษณะนี้ก็เพื่อป้องกันเท้า และส่วนขาให้ได้มากที่สุด
แต่จุดด้อยของมันก็คือ บางครั้งทำให้ผู้ใช้รู้สึกอึดอัด รำคาญไม่น้อย
รองเท้าเดินป่าแบบนี้ผลิตขึ้นจากวัสดุหลายชนิดทั้งวัสดุสังเคราะห์ ผ้า
หรือแม้แต่กระทั่งหนังอย่างดี

 
3. Trail boots หรือ Fabric Boots "สิงค์สำอางบนทางป่า"

    รองเท้าประเภทนี้ถูกผลิตออกมาให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ยี่
ห้อ และรูปแบบในระยะหลัง หน้าตาของรองเท้าชนิดนี้มักถูกออก
แบบให้สวยงาม จึงเป็นรองเท้าที่ใช้งานโดยทั่วไปได้เป็นอย่างดี
นอกเหนือจากการใช้งานตามวัตถุประสงค์หลักแล้ว อาจเรียกว่าเป็น
รองเท้าประเภทกึ่งอเนกประสงค์ก็พอจะได้ รองเท้าชนิดนี้ ผลิตจาก
หนังทั้งคู่ ส่วนที่หุ้มข้อของรองเท้าชนิดนี้สูงไม่เกิน 6 นิ้ว เพื่อความ
คล่องตัวของผู้ใช้ รองเท้าชนิดนี้เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่หนักจนเกิดไป เช่น ดูนก เดินป่า
บนเส้นทางที่ไม่หนักจนเกินไป
 
4. Cross training "เปรียวจอมอึด"

    รองเท้าชนิดนี้เป็นส่วนผสมระหว่างรองเท้าเดินป่า กับรองเท้าที่ใช้
ในการออกกำลังกายหรือรองเท้าวิ่ง จึงมีคุณสมบัติของความคล่องตัว
และทนทานรวมอยู่ด้วยกัน อาจเรียกรองเท้าชนิดนี้ว่าเป็นรองเท้าสำ
หรับกิจกรรม Outdoor บางประเภทก็ว่าได้ เนื่องจากรูปแบบถูกผลิต
ออกมาเพื่อความคล่องตัวและทนทานสำหรับผู้ใช้ วัสดุที่ใช้เป็นวัสดุ
ผสม เพื่อผลในการระบายอากาศได้ดี จึงทำให้มีน้ำหนักเบา หุ้มส้น
รองเท้าชนิดนี้ไม่มีส่วนที่หุ้มเท้าเหมือนรองเท้าชนิดอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้
เกิดความคล่องตัวในการเคลื่อนที่หรือวิ่งด้วยความเร็ว

หลักสำหรับการเลือกรองเท้า

    การที่จะรู้ว่ารองเท้าคู่นั้นเหมาะกับคุณหรือไม่ มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น คือลองสวมมันดู รองเท้าไม่
เหมือนอุปกรณ์ชนิดอื่น ที่ซื้อมาแล้วแม้ว่ามันมีขนาดไม่พอดี เจ้าของก็ยังจะใช้มันต่อไปได้โดยไม่มีอะ
ไรเกิดขึ้น ไม่ควรซื้อรองเท้าเพียงเพราะเห็นว่าสวยหรือรูปทรงเหมาะสำหรับเท้า เพราะคุณไม่มีวันจะรู้
ได้หรอกว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ จนกว่าจะได้ลองสวมรองเท้าคู่นั้นดู มีกฎข้อแรกสำหรับการซื้อรองเท้าก็
คือ ให้เท้าของคุณตัดสินว่ารองเท้าคู่ไหนใส่สบายที่สุด

    ในการเลือกซื้อรองเท้า ควรดูส่วนต่างๆ ของรองเท้าอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่รอยต่อต่อระหว่างพื้น
รองเท้ากับตัวรองเท้า ดูว่าการเชื่อมต่อทำด้วยวิธีไหน เลือกรองเท้าที่มีการเชื่อมต่อแน่นหนาด้วยวิธี
การเย็บ จะดีกว่าในเรื่องความแข็งแรง เพราะรองเท้าจำนวนมากมักใช้วิธีอัดกาวระหว่างพื้นกับตัวรอง
เท้าเท่านั้น เมื่อใช้งานไปได้ไม่นาน พื้นกับรองเท้ามักจะแยกจากกัน ยิ่งเป็นการใช้งานอย่างสมบุกสม
บันบุกน้ำลุยโคลนด้วยแล้ว รองเท้าคู่เก่งของคุณจะหมดสภาพก่อนกำหนด อีกอย่างหนึ่งก็คือว่า กาวที่
ใช้เชื่อมต่อระหว่างพื้นกับตัวรองเท้ามีอายุการใช้งานของมันอยู่ รองเท้าที่ถูกเก็บไว้นานเกินไปก็จะ
เหลืออายุการใช้งานที่สั้นลง วิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือ นำรองเท้าคู่นั้นไปเย็บเชื่อมระหว่างพื้นกับตัวรองเท้า
เสียก่อนที่จะนำไปใช้งาน

Thailand Travel Guide Related Posts

โรงแรมในไทย

- จองโรงแรมออนไลน์ รีสอร์ท ที่พัก ในไทย รับบริการจองโรงแรม รีสอร์ท ที่พักในราคาพิเศษ

กรุงเทพ  ภูเก็ต  เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี  พัทยา  เชียงใหม่  กระบี่  หัวหิน / ชะอำ  เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี  เกาะช้าง / ตราด  เกาะพีพี กระบี่