wp=2.3.2&publisher=a62cf3cd-bf1e-4768-8391-b496a70d75fc&wp=2.6.3">

โรคมะเร็งตับ

โรคมะเร็งตับ

โรคมะเร็งตับ

source: รายการ ตะลุยโรงหมอ,www.siamhealth.net, photo:  www.nucleusinc.com

ตับถือเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของร่างกาย ซึ่งจะทำหน้าที่กรองสารพิษ และแบคทีเรียที่มาจากอาหาร หรือเลือด แล้วส่งไปยังหัวใจ เพื่อไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย
ตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีน้ำหนักโดยประมาณ 2 %ของน้ำหนักตัว ตำแหน่งของตับอยู่ชายโครงขวา แบ่งเป็น 2 กลีบคือกลีบขวา และซ้ายโดยมีเส้นเลือดมาเลี้ยง 2 เส้นคือ hepatic artery และ portal vein ตับมีหน้าที่สะสมสารอาหาร เช่น น้ำตาล โปรตีน ไขมัน และวิตามินไว้ให้ร่างกายใช้ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ทำลายของเสีย

โรคมะเร็งตับ Liver Cancer นั้นมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน
1. มะเร็งตับที่เกิดจากเซลล์ของตับเอง ชนิดนี้โดยมากมักเกิดจากไวรัสตับอักเสบโดยเฉพาะชนิด บี และ ซี ซึ่งถ้ามีไวรัสชนิดนี้อยู่นานๆ ก็จะไปทำร้ายเซลล์ตับจนกลายเป็น มะเร็งขึ้นมาได้

2. เกิดจากท่อน้ำดี ซึ่งท่อน้ำดีนั้นก็อยู่ภายในตับและการกินปลาดิบๆ ซึ่งมีพยาธิอยู่ ก็อาจทำให้พยาธิใบไม้ในตับไปเจริญเติบโตในท่อน้ำดีจนส่งผลให้ท่อน้ำดี กลายเป็นมะเร็งได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ
1. คนที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบชนิด บี หรือ ซี
2. การทานปลาดิบๆ ที่มีพยาธิใบไม้ในตับ
3. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
4. การทานอาหารที่มีเชื้อรา การได้รับสาร Aflatoxin ซึ่งเป็นสารเคมีที่ผลิตจากเชื้อราที่อยู่ในอาหารพวก ถั่ว แป้งสาลี ถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าว

เป็นที่ทราบกันดีว่ามะเร็งในระยะเริ่มต้นหากวินิจฉัยได้ย่อมทำให้โอกาสในการรักษาให้หายขาดมีความเป็นไปได้สูง โรคมะเร็งตับเป็นโรคที่ให้การวินิจฉัยระยะเริ่มแรกได้ช้าเนื่องจากไม่ค่อยมีอาการ เมื่อมีอาการโรคก็เป็นมากแล้ว

การเจาะเลือดหาสาร alfa-fetoprotein ซึ่งถ้าเป็นมะเร็งค่านี้ก็จะสูง ได้มีการเจาะหาค่านี้เพื่อตรวจหามะเร็งแรกเริ่ม ซึ่งหากนำมาหาในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยที่มีตับอักเสบเรื้อรัง ก็สามารถให้การวินิจฉัยมะเร็งในระยะแรกเริ่มได้ แต่ก็มีมะเร็งตับบางชนิดไม่สร้าง alfa-fetoprotein

อาการของโรคมะเร็งตับ

ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับที่มีอาการโดยมากจะเป็นมาก อาการของโรคมะเร็งตับมีอาการเหทือนกับมะเร็งที่ระบบอื่น อาการต่างๆที่พบได้คือ

* น้ำหนักลด
* เบื่ออาหาร
* จุกเสียดแน่นท้อง
* ปวดท้องตลอดเวลา
* ท้องบวมขึ้น หายใจลำบาก
* ตัวเหลือง ตาเหลือง
* คลำได้ก้อนที่บริเวณตับ
* อาการผู้ป่วยทรุดอย่างรวดเร็ว

การวินิจฉัย

แพทย์จะซักประวัติ และตรวจร่างกายแล้วส่งตรวจ

* ultrasound ใช้คลื่นเสียงผ่านตับเพื่อหาว่ามีก้อนบริเวณตับหรือไม่
* CT Scan บริเวณตับเพื่อหาก้อน
* Angiography คือการฉีดสีเข้าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตับ แพทย์จะทำในบางรายเพื่อวางแผนผ่าตัด
* Laparoscopy คือส่องกล้องเข้าช่องท้องเพื่อดูว่ามะเร็งแพร่กระจายเข้าท้องหรือยัง เป็นการวางแผนก่อนผ่าตัด
* Biopsy คือการนำชิ้นเนื้อที่สงสัยส่งตรวจทางพยาธิ วิธีการนำชิ้นเนื้อสามทำได้โดย การใช้เข็มเจาะ หรือการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อนั้นส่งตรวจ
* การเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจ alfa-fetoprotein มักเจาะในรายที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งตับ และเพื่อติดตามการรักษาว่ามะเร็งกลับเป็นซ้ำหรือไม่

การรักษา

การรักษาขึ้นกับชนิดของมะเร็งตับ ขึ้นกับว่าโรคเป็นมากหรือยังโดยทั่วไปมีการรักษาดังต่อไปนี้คือ

* การผ่าตัด จะทำได้ก็ต่อเมื่อมะเร็งนั้นอยู่เฉพาะที่ตับ และขนาดไม่ใหญ่มาก และที่สำคัญตับต้องไม่มีโรคอื่น เช่นตับแข็ง
* embolization คือการฉีดสารบางอย่างให้อุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงมะเร็งทำให้มะเร็งขาดเลือด เป็นการรักษาในภาวะที่ผู้ป่วยไม่เหมาะในการผ่าตัด
* การให้เคมีบำบัด เนื่องจากโรคมะเร็งตับมักจะดื้อต่อยาเคมี จึงไม่ค่อยได้ผล
* การฉายรังสี ไม่ค่อยได้ผลเนื่องจากตับที่ดีมีผลเสียจากรังสี

Thailand Travel Guide Related Posts

Leave a Reply

You can use these XHTML tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <blockquote cite=""> <code> <em> <strong>