โรคลดความอ้วน

โรคอ้วน
source: อโรคาปาร์ตี้ www.mcot.net
ความอ้วน จะเป็นสื่อ และเป็นปัจจัยเสี่ยงนำไปสู่โรคร้ายแรงต่างๆ อีกมากมาย อาทิเช่น เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและหัวใจวาย โรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก โรคข้อเข่าเสื่อม โรคเกาต์ และเสี่ยงต่อมะเร็งมากกว่าปกติ โดยเฉพาะมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก จึงเป็นการถูกต้องแล้วที่ทุกคนควรดูแลร่างกายไม่ให้อ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโรคเรื้อรังดังกล่าว แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้อ้วน แต่เพราะค่านิยมขณะนี้ชอบคนที่รูปร่างดี หุ่นดี จึงพยายามลดน้ำหนักลงไปอีกโดยไม่คำนึงถึงอันตรายหรือผลร้ายที่จะตามมา เพราะว่าตามหลักวิชาการทั่วไป คนอ้วนจะต้องเป็นคนที่มีดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 23 โดยคำนวณจาก น้ำหนักร่างกายเป็นกิโลกรัมหารด้วยความสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง
การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว และหักโหม จะทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งหากเราไม่รับประทาน คาร์โบไอเดรต ซึ่งร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานทุกวัน ร่างกายจึงสลายไขมัน ผลของการสลายไขมัน จะเกิดกรดตัวหนึ่งคือ สารคีโตน ซึ่งมีกลิ่นเหียนเหมือนสารหอมระเหย ซึ่งเมื่อเกิดกรดในร่างกาย ซึ่งปกติร่างกายจะทำงานในสภาพเป็นกลาง ก็จะกระทบต่ออวัยวะทุกอวัยวะในร่างกาย เรียกว่าเสียสมดุล
ประเภทของโรคอ้วน
โรคอ้วนที่มีผลร้ายต่อสุขภาพมีอยู่ 2 ประเภท คือ
1. โรคอ้วนทั้งตัว (Overall obesity) เกิดจากทั้งร่างกายมีไขมันมากกว่าปกติ โดยไขมันที่เพิ่มขึ้นมิได้จำกัดอยู่ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งโดยเฉพาะ
2. โรคอ้วนลงพุง (Visceral obesity/abdominal obesity) เกิดจากมีไขมันของอวัยวะภายในช่องท้องมากกว่าปกติ โดยอาจมีไขมันใต้ผิวหนัง(subcutaneous fat) บริเวณหน้าท้องเพิ่มขึ้นด้วย
สาเหตุของโรคอ้วน
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วนมีสาเหตุสำคัญ หลายสาเหตุ ได้แก่
1. การได้รับพลังงานจากการรับประทานเข้าไปมากกว่าพลังงานที่ใช้ไป เกิดการสะสมไว้ในเซลไขมัน ทำให้เกิดภาวะอ้วนได้ ดังนั้นเราจึงควรรู้ความต้องการพลังงานและสารอาหารของคนปกติใน 1 วัน เพื่อผู้บริโภคจะได้พึงระมัดระวังในการรับประทานให้เกิดความสมดุลย์กับปริมาณของพลังงานที่ต้องใช้ไปในแต่ละวัน
2. จากโรคทางระบบต่อมไร้ท่อบางชนิดที่มีผลต่อการควบคุมน้ำหนัก เช่น ต่อมที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ต่อมที่ผลิตฮอร์โมนกระตุ้นความรู้สึกหิวหรืออิ่ม หรือต่อมที่ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด เป็นต้น
3.เกิดจากการขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายเป็นประจำจะทำให้ร่างการเกิดการเผาผลาญไขมันส่วนที่เกิน ไม่เกิดไขมันสะสมในส่วนต่างๆของร่างกาย
4.เกิดจากพันธุกรรม
ปกติเมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป ตับอ่อนจะผลิตอินซูลินซึ่งช่วยเผาไหม้น้ำตาลให้กลายเป็นพลังงาน เมื่อร่างกายนำไปใช้ได้ ในขณะที่ผู้ป่วยทานอาหารมากเกินไป จึงทำให้ตับอ่อนทำงานหนัก เมื่อนานไป ตับอ่อนจึงทำงานได้น้อยลง และไม่สามารถผลิตอินซูลิน ซึ่งเผาไหม้น้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ และนี่ก็คือ อาการของโรคเบาหวานนั่นเอง
การลดความอ้วนอย่างหักโหม เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสียชีวิตได้ ภายใน 2-3 อาทิตย์ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับอันตรายที่น่ากลัวอยู่
-คุณลดน้ำหนักอย่งรวดเร็วเกินไปหรือไม่?
-คุณรู้สึกเมื่อยร่างกายโดยที่ไม่ได้ทำงานหนักหรือไม่?
-คุณมีลมหายใจมีกลิ่นหอมด้วยหรือไม่?
หากยังปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ คุณอาจจะเป็นผู้โชคร้ายคนต่อไปก้ได้

Calculate your body mass index





Leave a Reply