ไหว้พระที่อยุธยา


วัดใหญ่ชัยมงคล - Wat Yai Chaimongkhon

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ได้สั่งสมความเจริญในด้านต่างๆ ทั้งการเมือง กฎหมาย เศรษฐกิจ และศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ามากมาย และนับเนื่องจากความเก่าแก่ที่ควรต้องอนุรักษ์ไว้ตราบชั่วลูกชั่วหลานนี้เอง องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งประชาชาติ หรือ UNESCO จึงได้ประกาศให้กรุงเก่าของเรา เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534

เมื่อ พูดถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลายๆ คนคงจะนึกถึงเมืองแห่งวัดวาอาราม และโบราณสถานมากมาย ทำบุญไหว้พระไปในเวลาเดียวกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัดท่าการ้อง เป็นวัดโบราณมีมาแต่สมัยอยุธยา สร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2092 ประมาณ 450 ปี เศษมาแล้ว ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างและสร้างในปี พ.ศ. ใด สันนิษฐาว่าคงเป็นวัดที่ราษฎรสร้าง เพราะไม่ปรากฏรายชื่อพระอารามหลวงสมัยอยุธยา ตามบันทึกพระราชพงศาวดาร วัดท่าการ้องมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยามากมาย

วัดท่าการ้องได้เป็นที่ฝึกฝนศิลปะแม่ไม้มวยไทยของนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งคือ นายขนมต้ม

ในเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน มีการบันทึกว่า ขุนไกร และสามเณรพลายแก้ว ได้มาอุปสมบทที่วัดท่าการ้อง ตอนที่ขุนแผนถูกจองจำ ณ กรุงศรีอยุธยา ณ วันอังคาร ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 ปีกุน เวลาบ่าย 4 โมง พม่ายิงปืนสูงวัดการ้องระดมเข้ามา ณ กรุงศรีอยุธยาแล้วเอาเพลิงจุดเชื้อที่รากกำแพงทรุดลง

ในปี 2309 วัดท่าการ้องได้เคยเป็นที่ตั้งค่ายของพม่าค่ายหนึ่งก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา จนมีคำกล่าวว่า ".. นกกาจากวัดการ้อง บินไปเสียบอก ณ ยอดพระปรางค์วัดพระศรีมหาธาตุ ใจกลางกรุงศรีอยุธยา น้ำตาหลวงพ่อโต วันพนัญเชิง ไหลนองพระเนตร อันเป็นลางบอกเหตุสิ้นแล้วแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา

จุดเด่นของวัดท่าการ้อง
เป็นวัดเก่าแก่ สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางชุมชนอิสลาม 2 หมู่บ้านคือ บ้านท่า กับ บ้านการ้อง อันเป็นวัดพุทธศาสนาที่อยู่ท่ามกลางชุมชนมุสสิม ล้อมรอบทั้งตำบล

ประธานสมัยอยุธยาที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนเคารพนับถือมาก คือหลวงพ่อรัตนมงคล (หลวงพ่อยิ้ม) ศาลากลางเปรียญ เป็นอาคารทรงไทยไม้สัก สร้างสมัยอยุธยา ในบริเวณวัดจะมีรูปปั่นกาเยอะมาก

วัดกษัตราธิราชวรวิหาร เป็นวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่นอกเกาะเมืองตั้งอยู่ตรงข้ามกับเจดีย์พระ ศรีสุริโยทัย เดิมเรียกชื่อ "วัดกษัตรา" หรือ "วัดกษัตราราม" เป็นวัดเก่าแก่โบราณสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เป็นวัดที่เลื่องลือในด้านความงามของทิวทัศน์โดยรอบ เมื่อมองจากริมน้ำยามคำคืน จะเห็นพระอุโบสถ และองค์พระปรางค์ใหญ่สูงเป็นหลักประธานของวัด ภายในพระอุโบสถตกแต่งเพดานด้วยไม้สลักลายรูปดาวประติมากรรมที่หาดูได้ยาก

วัดกลางคลองตะเคียน ณ ที่แห่งนี้บนศาลาได้พบกับสิ่งอันเป็นมงคลยิ่ง คือ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ทางวัดได้อันเชิญประดิษฐานไว้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้มากราบนมัสการ ถัดออกไปเล็กน้อยมีพระพุทธรูป องค์ประธานเก่าแก่สมัยอยุธยา บริเวณด้านหลังพระพุทธรูปองค์ประธานมี พระเก่าแก่อาย ุ400 กว่าปี ที่เรียกว่า พระสิบสอง ซึ่งเป็นพระขนาดประมาณ 120 เช็นติเมตร ที่บรรจุพระพุทธรูปไว้ ในพิมพ์เดียวกันจำนวน 12 องค์ ซึ่งท่านเจ้าอาวาสได้เล่าว่า

"พระดังกล่าวเป็นต้นแบบของพระสิบสองที่นิยม สร้างกันในปัจจุบัน เป็นของเก่าแก่ในสมัยอยุธยาซึ่งสมเด็จพระเอากาทศรถได้สร้างเพื่อถวายเป็นพระ ราชกุศล แด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช"

วัดนางกุย เป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกเกาะเมือง ด้านใต้ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ตั้งอยู่เลขที่ ๓๐ ม. ๕ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีสิ่งสำคัญหลายๆ อย่างภายในวัด เช่น พระพุทธรูปศิลาสมัยทวาราวดี หลวงพ่อยิ้ม เจดีย์ พระปรางค์ แม่นางตะเคียน ฯลฯ
จากหลักฐานที่กรมศิลปากรว่าสร้างในปี พ.ศ.๒๑๓๐ ผู้สร้างชื่อนางกุย เป็นผู้ที่มีทรัพย์สินเงินทอง จึงได้มาสร้างวัดนางกุยอยู่ทางด้านทิศใต้ของเกาะเมืองอยุธยา ที่มีแม่นำไหลผ่านวัดนี้ในอดีตเจริญรุ่งเรืองมาก ดูจากหลักฐานที่มี อาทิ พระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ สมัยทวารวาดี ประมาณพุทธศตวรรษ ๑๑ - ๑๖ (พ.ศ.๑๑๐๐ - ๑๖๐๐) หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในปี ๒๓๑๐ วัดนางกุยได้รับความเสียหายมาก และถูกปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรมจนมาถึงในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๓ ได้มาทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดในอยุธยา (ไม่ทราบ พ.ศ.ที่แน่ชัด) วัดนางกุยก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมอุโบสถและเสนาสนะ หน้าอุโบสถ หน้าบัน โดยมีรูปนารายณ์ทรงครุฑ
วัดนางกุย เป็นวัดโบราณที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๔๘๔ วัดนางกุยนี้นับว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับศึกษาหาความรู้ด้านประวัติศาสตร์ และศิลปกรรมเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีโบราณสถาน โบราณวัตถุหลายชิ้นที่สะท้อนให้เห็นถึงผลงานชิ้นเอกที่บรรพบุรุษท่านได้ รังสรรค์และทิ้งไว้ให้ลูกหลาน อาทิ พระประธานก่ออิฐถือปูนในพระอุโบสถที่สร้างในสมัยอยุธยา และมีพระบริวารโดยรอบ ๘ ทิศ โดยเฉพาะทางด้านซ้ายมือของพระประธานจะมีรูปปั้นของนางกุยนั่งพนมมืออยู่ด้วย ด้านบนเพดานตรงเศียรพระประธานมีแผ่นไม้แกะเป็นลายดาวล้อมเดือน ศิลปะเช่นนี้หาชมได้ยากมาก

วัดบางกะจะ เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดใหม่ เป็นวัดที่อยู่นอกเกาะเมืองอยุธยา ตั้งอยู่เลขที่ ๓๖/๔ บ้านบางกะจะ หมู่ที่ ๔ ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินที่ตั้งวัดเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๑ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๙๒๔๑ พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อใดยังไม่มีหลักฐานแน่นอน เพราะไม่มีเอกสารใดกล่าวถึงชื่อวัด มีแต่กล่าวถึงที่ตั้งของวัด

source: รายการเมืองไทยเมืองยิ้ม
Photo by yoogyut
http://deeyui.multiply.com

 

Leave a Reply

You can use these XHTML tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <blockquote cite=""> <code> <em> <strong>