Archive for February 2008
You are browsing the archives of 2008 February.
You are browsing the archives of 2008 February.
image source:als.ca
อนุมูลอิสระ
source:วิกิพีเดีย
สารอนุมูลอิสระ (Free radical) หมายถึง สารซึ่งมีอิเล็กตรอนซึ่งไม่มีคู่อยู่ในวงรอบของอะตอม หรือโมเลกุล เราให้ความ สำคัญกับสารซึ่งมีออกซิเจนเป็นศูนย์กลาง คือ hydroxyl radical, superoxide, peroxyl, alkoxyl และ oxides ของ nitrogen โดยปกติสารเหล่านี้เกิดขึ้นโดยปฏิกิริยาในร่างกายอยู่แล้ว โดยเฉพาะเวลามีธาตุเหล็ก ทองแดง แมงกานีส โคบอลต์ โครเมียม นิเกิล อยู่เป็นจำนวนน้อยๆ มักเกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่และร่างกายก็จะมีระบบของแอนติออกซิแด้นท์ขจัดออกไป แต่ถ้าร่างกายได้รับสารอนุมูลอิสระจากภายนอกมากเกินไป ตัวอย่างเช่น ได้รับจากอาหารบางชนิด จากขบวนการประกอบอาหาร เช่น การย่างเนื้อสัตว์ที่มีส่วนประกอบของไขมันสูง การนำน้ำมันที่ใช้ทอดอาหารที่อุณหภูมิสูงๆ มาใช้อีก หรือจากสิ่งแวดล้อม เช่น แสงอาทิตย์ซึ่งมีรังสี ultraviolet การแผ่รังสี (radiation) รังสี x-ray หรือจากมลพิษ เช่น ควันบุหรี่ ก๊าซจากท่อไอเสียรถยนต์ ถ้าสารเหล่านี้มีมากกว่าความสามารถของแอนตี้ออกซิแด้นท์ในร่างกายจะขจัดหมด หรือในภาวะที่จำนวนแอนติออกซิแด้นท์ในร่างกายลดลง เช่น ผู้สูงอายุ ก็จะทำให้มีสารอนุมูลอิสระและสารที่ไม่ใช่อนุมูลอิสระเช่น ไฮโดเจนเพอออกไซด์ [...]
เยาวราช - Yaowarat
source: mcot.net
สเน่ห์ของเยาวราชอีกอย่างหนึ่งที่สามารถดึงดุดผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยได้ทุกๆ เทสกาล คือวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ที่ยังคงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังสัมผัสกัน
http://www.youtube.com/watch?v=KlGVPftu-sE
ในช่วงยามค่ำคืนเดือนแรม บริเวณป่าโกงกางริมน้ำ เราจะเห็นแสงระยิบระยับจับอยู่บนยอดไม้ "หิ่งห้อย" ที่เปล่งแสงได้ในตัว มีผู้คนได้ทำการศึกษา วัดกำลังแสงสว่างของหิ่งห้อย พบว่าแต่ละตัวจะให้พลังงานแสงได้ 1/50-1/400 แรงเทียน
หิ่งห้อย มีชื่อเรียกในภาาาอังกฤษว่า Firefly (แมลงไฟ) หรือเรียกตามบุคลิกของตัวเมียที่ไม่มีปีกลักษณะคล้ายตัวหนอน จึงเรียกว่า Glowworm (หนอนเรืองแสง) ส่วนในอเมริกา เรียกว่า Lightening Bug ส่วนประเทสไทย เราจะเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ชาวบางเขนจะเรียกว่า แมลงทิ้งถ่วง ส่วนอยุธยา/ชัยนาท เรียกว่า แมงดาเรือง และชาวสุพรรณ เรียกหิ่งห้อยว่า แมงแสง
คนเรารู้จักหิ่งห้อยกันนานนับพันปี จึงมีความเชื่อแตกต่างกันไปทั้งในด้านปรัชญา ศาสนา อาทิ ในอินเดียจะเชื่อว่า หิ่งห้อย คือนัยน์ตาของพระเจ้าที่ยังเหลืออยู่และส่องแสงได้ในความมืด ส่วนในญี่ปุ่น เชื่อว่าหิ่งห้อยคือ วิญญาณของคนตายใน 2 ตระกูลที่รบรากันมาในอดีต และชาวมลายูเชื่อว่าหิ่งห้อยเกิดจากเล็บมือมนุษย์
ส่วนในเมืองไทยเรานั้นเองก็มีเรื่องเล่าขานสืบทอดมาว่า เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่จุดตะเกียงโคมไฟตามหาหญิงสาวที่ชื่อว่า "ลำพู" ที่จมหายไปในแม่น้ำ และต้นลำพูเป็นต้นไม้ที่หิ่งห้อยชอบเกาะ จึงเชื่อว่าเป็นวิญญาณของคนรักของตนเอง
source: ขนิษฐา ทัตติ
http://www.youtube.com/watch?v=m95HDvRqAMc
http://www.youtube.com/watch?v=cGfagRjCXDU
source: phasun magazine
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลกใบนี้ที่ร่วมกันอยู่กับมนุษย์เรานั้นมีความสำคัญด้วยกันทั้งนั้น ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา มนุษย์เพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าสองเท่า และนั่นเป้นเหตุผลที่เราต้องไปเบียดเบียนที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ทำให้พวกมันมีที่อยู่อาศัยน้อยลง เราเอาพื้นที่บ้านของมันมาปลูกอาหาร และเอาอาหารของมันมาเลี้ยงพวกเรา เราบีบพวกมันให้อยู่ในที่ที่จำกัดจนหลายชนิดไม่สามารถมีชีวิตอยู่บนโลกได้อีกต่อไป
สิ่งมีชีวิตอื่นทำให้เรามีชีวิตดำรงอยู่ได้ มีน้ำสะอาด ช่วยดูดก๊า๊ซไนโตรเจน หมุนเวียนสารอาหารและของเสีย และผสมพันธุ์พืช พืชและแบคทีเรียบางชนิดทำให้เกิดการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างกา๊ซออกซิเจนให้เราหายใจ ส่วนต้นไม้ดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุหลักของภาวะเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์ มีหอยทากชนิดหนึ่งที่มีสารพิษใช้รักษาโรคมะเร็ง และหัวใจเต้นผิดปกติได้ สารพิษชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการรักษาความเจ็บปวดได้ดีกว่า มอร์ฟีนหลายพันเท่า แต่ในแต่ละปีหอยทากชนิดนี้ถูกฆ่าหลายล้านตัวเพื่อเอาเปลือกมาใช้งาน และสิ่งที่อยู่อาศัยของพวกมันก็ถูกคุกคาม
Brazil Nuts เป็นพืชที่มีมูลค่าในลุ่มน้ำอะเมซอน แต่จากการทดลองขยายพันธุ์ไม่ประสบความสำเร็จเลย เพราะว่าต้นไม้สามารถเติบโตได้ในป่า แต่ไม่สามารถเติบโตได้ในที่ที่แยกออกมา พวกเราไม่ได้ทำลายแค่พืชหรือสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่เราทำลายป่าทั้งอะเมซอน นักวิจัยในสหรัฐฯ พบว่าในปี 2020 เราจะมีป่าเหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ืเท่านั้น หากยังไม่อยุดการทำลายเช่นทุกวันนี้ และภายใน 15 ปี ป่าในแอฟริกากลาง 1 ใน 5 จะหมดไป และป่าในแถบอินโดนิเซียจะหมดไป
ในปี 1953 มีมนุษย์ 2.5 พันล้านคน แต่ในปัจจุบันนั้นมีถึง 6 พันล้านคน แสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตอื่นจะไม่มีที่อยู่อาศัยอีกต่อไป เพราะฉะนั้นแล้ว มนุษย์ก็จะอยู่ไม่ได้ [...]