โรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน
Gastro esophageal Reflux Disease (GERD)
source: สโมสรสุขภาพ – www.mcot.net
โรคกรดไหลย้อน ได้สร้างความรำคาญ กับผู้ที่เป็นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งในระยะหลัง ก็จะพบว่ามีคนไทยเป็นโรคนี้กันมากขึ้น โดยเฉพาะ หนุ่ม สาว ออฟฟิต และคนบันเทิงที่ต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบทุกวันตามแบบคนเมือง
โดยส่วยใหญ่ที่เราพบกัน คือเรื่องของหูรูดของหลอดอาหารเสื่อมไป คือทำงานได้ไม่ดีเหมือนปกติ เพราะฉะนั้น มีการล้นของกรดที่มันมีมากในกระเพาะ เรอขึ้นมา ซึ่งหลอดอาหารจะไม่ทนต่อกรด หลอดอาหารก็จะอักเสบ จะมีอาการเรอ มีกลิ่นปาก มีรสกลิ่นเปรี้ยว หรือขมเหมือนน้ำดี ถ้าขึ้นมาถึงคอ จะมีอาการไอเรื้อรัง กล่องเสียง ก็จะเสียงแหบ บางคนก็จะขึ้นมาที่ปากก็จะมีกลิ่นปาก และฟันผุได้
การป้องกัน ทำได้โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต
- งดอาหารมันๆ อาหารทอด อาหารที่ปรุงด้วยหัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ ช็อกโกแลต ถั่ว ลูกอม peppermints เนย ไข่ หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หรือหวานจัด อาหารฟาสด์ฟูด เช่น พิชช่า และอาหารย่อยยาก
- รับประทานอาหารพออิ่ม ไม่รับประทานอาหารจนอิ่มแน่นท้อง หรือรับประทานอาหารมากเกินไป
- นอนหัวให้สูงประมาณ 6-10 นิ้ว โดยหนุนที่ขาเตียงด้านศีรษะ โดยไม่ควรใช้หมอนหนุนที่ศีรษะ เพราะทำให้ความดันในช่วงท้องสูงขึ้น หรือนอนตะแคงซ้าย
- ควรรับประทานอาหาร ปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้งขึ้น
- หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหาร และเครื่องดื่ม ที่มีคาแฟอีน เป็นส่วนประกอบ ได้แก่ กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลมบางชนิด เป็นต้น รวมไปถึง เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ เบียร์ สุรา เป็นต้น โดยเฉพาะตอนเย็น
การรักษาโดยวิธีนี้ ควรปฎิบัติไปตลอดชีวิต แม้ว่าผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม
งานสำคัญบุญสงกรานต์

วันที่ 13 เมษายน วันสังขานต์ล่อง
เริ่มจากตอนเช้ามีการยิงปืนขับไล่เสนียดจัญไร ให้ล่วงลับไปกับสังขานต์ และในแต่ละบ้านมีการทำความสะอาด ตลอดจนตามถนนและตรอกซอยเข้าบ้าน จากนั้นก็ทำความสะอาดชำระล้างร่างกาย สระเกล้าดำหัวให้สะอาดมีจิตใจผ่องใส
หลังจากนั้นไปเที่ยวตามหมู่บ้านหรือในปัจจุบันนิยมไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เรียกว่า “ไปแอ่วปีใหม่” วันนี้มีการเล่นรดน้ำกันแล้ว

วันที่ 14 เมษายน วันเนา หรือวันเน่า
วัน “ขนทราย” หรือ วันเนาว์ วันปู๋ติ วันนี้จะทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นมงคล ไม่ค่าทอหรือทะเลาะวิวาท ตอนเช้าไปจ่ายของและอาหาร เตรียมทำบุญถวายพระ ในวันรุ่งขึ้น วันเตรียมอาหารและเครื่องไทยทานเรียกว่า“วันดา” (คำวันสุกดิบทางภาคอื่น) และทุกบ้านจะทำกับข้าวที่สามารถเก็บไว้ได้หลายวัน เช่น แกงเส้นร้อน แกงอ่อม ฯลฯ หรือไม่ก็จำพวกห่อนึ่ง เช่น ห่อนึ่งไก่ ห่อนึ่งปลา ฯลฯ พร้อมทั้งตระเตรียมอาหารหวาน และเครื่องไทยทานไว้ให้พร้อม
ตอนบ่ายมีการขนทรายจากแม่น้ำ นำไปไว้ที่วัดใกล้บ้าน โดยก่อเจดีย์ทรายตามลานวัด เจดีย์ทรายจะถูกประดับตกแต่งด้วยตุง (ธง) ทำด้วยกระดาษสีตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม และรูปอื่นๆ ชายธงมีการทานช่อ (ทำด้วยกระดาษสีต่างๆ) ตัดเป็นลวดลายติดปลายไม้สำหรับปักที่กองเจดีย์ทรายการทานธงและทานช่อนี้ ด้วยถือคติว่า ผู้บริจาคทานเมื่อตายไปแล้วจะได้อาศัยชายธง หอบหิ้วไห้พ้นจากนรกได้ อานิสงส์การทานตุงหรือช่อนี้มีอยู่ในพระธรรมเทศนาใบลานตามวัดทั่วไป เจดีย์ทรายนี้จะทำพิธีถวายทานในวันรุ่งขึ้น มีการปล่อยนกปล่อยปลาอีกด้วย
ในวันเดียวกันนี้มีการเล่นน้ำกันอย่างหนัก และเป็นที่สนุกสนานโดยเฉพาะคนหนุ่มคนสาว
ทุกๆ ปี เมื่อถึงเทศกาลตรุษสงกรานต์ ชาวเหนือมีประเพณีอย่างหนึ่งที่ยึดถือปฏิบัติ คือ “สุมาคารวะ” ลูกหลานจะมาขอขมาลาโทษในความผิดต่างๆ ที่เคยกระทำมาต่อญาติผู้ใหญ่ ถือว่าเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีของผู้น้อย อันมีต่อผู้ใหญ่ เรียกกันว่า “การไปดำหัว” หรือประเพณีดำหัว การไปดำหัวของคนไทยภาคเหนือ มักจะเริ่มกันใน “วันพญาวัน” (คือวันเถลิงศก)

วันที่ 15 เมษายน วันพญาวัน หรือวันเถลิงศก
ตอนเช้า จัดเตรียมอาหารคาวหวานใส่สำรับไปถวายพระที่วัด และทำบุญตักบาตรและนำไปให้ผู้เฒ่า ผู้แก่ ครูอาจารย์ หรือบุคคลที่ตนเคารพนับถือ เรียกว่าไปทานขันข้าว (ตานขันข้าว) การทานขันข้าวนี้ นอกจากจะทานให้พระ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือดังกล่าวแล้วก็มีการถวายทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลถึงญาติพี่น้อง บิดามารดาที่ล่วงลับไปแล้ว โดยพระที่วัดจะแยกย้ายกันนั่งประจำที่บริเวณวัดเพื่อให้ศีลให้พร แก่ผู้ไปทานขันข้าว
เสร็จจากการทำบุญตักบาตร ก็มีการถวายทานเจดีย์ทราย ปล่อยนกปล่อยปลา มีการสรงน้ำพระพุทธเจดีย์ มีการค้ำต้นโพธิ์ภายในวัดและหมู่บ้าน มีการสรงน้ำพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง เช่น เชียงใหม่ก็จะมีการสรงน้ำพระพุทธรูป เสตังคมณี (พระแก้วขาว) วัดเชียงมั่น พระเจ้าทองทิพย์ และ พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์ พระเจ้าเก้าตื้อ วัดสวนดอก เสาอินทขิล หรือเสาหลักเมือง ส่วนตามจังหวัดต่างๆ
ก็จะมีการไปสักการะบูชาพระพุทธรูปสำคัญประจำบ้านเมืองตนเช่นเดียวกัน เช่น ลำปาง ก็ไปสรงน้ำพระแก้วมรกตที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เมืองน่านที่วัดพระธาตุแช่แห้ง และที่แพร่ก็ไปสรงน้ำ ที่พระธาตุช่อแฮเป็นต้น
ตอนบ่าย ก็จะเริ่มการดำหัว และจะทำเรื่อยไปจนถึงวันรุ่งขึ้น หรือวันปากปี
วันที่สี่ เป็นวันปากปี มีการดำหัวตามวัดต่างๆ ที่ใกล้เคียงและห่างไกล ซึ่งมีพระในวัดและในหมู่บ้านนั้นนำไป การไปดำหัวตามวัดนี้มักจะแบ่งแยกกันเป็นสายๆ เพราะบางวัดที่อยู่ห่างไกลก็ไม่ได้ไปกันอย่างทั่วถึงนอกจากวัดที่คนนิยมไปกันอย่างสม่ำเสมอ เรียกตามภาษาเมืองว่า “ไปเติงกั๋น” หรือไปวัดของเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด หรือพระเถระผู้ใหญ่
source: www.songkran.net
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand travel info
Tags: Songkran, songkran day, วันสงกรานต์
มธุรส อาหารทะเล

มธุรส สำหรับคนรักอาหารทะเล
source: sweetpig – phasuk magazine
อยู่ในตรอกเท็กซัส (ถนนผดุงด้าว) ใกล้ฝั่งถนนเยาวราช เปิดบริการทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 โทร 08 6000 0670
มธุรส ตึกเก่า สองชี้นสีขาวโดดเด่นกว่าร้านอื่นๆ เป็นร้านอาหารซีฟูดในรูปแบบหลากหลายที่ไม่ใช่เพียงแค่ ปิ้ง ย่าง ลวก จิ้ม เหมือนร้านอาหารทะเลสดทั่วไป เพราะเขาเน้นเมนูที่เป็นกับข้าวมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกที่มากกว่า เริ่มด้วย ปลากะพงขาวนึ่งซีอิ้ว เนื้อปลานุ่ม หวาน ได้รสชาติความสดใหม่ เพราะใช้ปลาเป็นๆ ต่อด้วยหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดพริกเผา ซึ่งตัวใหญ่กว่าของไทย รับประทานเนื้อได้มากกว่า และสุดท้าย เป๋าฮื้อผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เคี้ยวกรุบๆ อร่อยเข้ากันได้ดี
นอกจากนี้ ยังมี กึ้งนึ่งกระเทียม เต้าหู้ผัดกุ้ง ปลาฉู่ฉี่ เป็นต้น ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาเป็นชาวต่างชาติกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็ยังคงรสชาติตามแบบต้นฉบับไว้ เพียงแต่อาจลดความเผ็ดร้อนลงมาบ้าง ซึงคุณภาพและหน้าตาอาหารแต่ละเมนูนั้น เจ้าของร้านรับรองว่า ไม่ต่างอะไรกับที่เสิร์ฟอยู่ในภัตตาคารใหญ่ แต่ราคาสบายกระเป๋ากว่า
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: Bangkok Food, มธุรส, ร้านอาหารทะเล, อาหารซีฟูด, อาหารทะเล
สงกรานต์ในแต่ละภาค

สงกรานต์ภาคเหนือ
สงกรานต์ล้านนา หรือ "ประเพณีปี๋ใหม่เมือง" อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เริ่มตั้งแต่ "วันสังขารล่อง" (13 เมษายน)ที่มีการทำความสะอาดบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล "วันเนา"หรือ"วันเน่า"(14 เมษายน)วันที่ห้ามใครด่าทอว่าร้ายเพราะจะทำให้โชคร้ายไปตลอดทั้งปี "วันพญาวัน"หรือ"วันเถลิงศก" (15 เมษายน) วันนี้ชาวบ้านจะตื่นแต่เช้าทำบุญตักบาตรเข้าวัดฟังธรรม ก่อนจะไปรดน้ำดำหัวขอขมาญาติผู้ใหญ่ในช่วงบ่าย "วันปากปี"(16 เมษายน) ชาวบ้านจะพากันไปรดน้ำเจ้าอาวาสตามวัดต่างๆเพื่อขอขมาคารวะ และ "วันปากเดือน"(17 เมษายน) เป็นวันที่ชาวบ้านส่งเคราะห์ต่างๆออกไปจากตัวเพื่อปิดฉากประเพณีสงกรานต์ล้านนา

สงกรานต์ภาคอีสาน
นิยมจัดกันอย่างเรียบง่าย แต่ว่ามากไปด้วยความอบอุ่น โดยคนอีสานจะเรียกประเพณีสงกรานต์ว่า "บุญเดือนห้า" หรือ"ตรุษสงกรานต์" และจะถือฤกษ์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เวลาบ่าย 3 โมง เป็นเวลาเริ่มงานโดยพระสงฆ์จะตีกลองโฮมเปิดศักราช จากนั้นญาติโยมจะจัดเตรียมน้ำอบหาบไปรวมกันที่ศาลาวัดเพื่อสรงน้ำพระพุทธรูป แล้วต่อด้วยการรดน้ำดำหัว ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติผู้ใหญ่ เพื่อขอขมาลาโทษจากนั้นก็จะเป็นการเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน

สงกรานต์ภาคใต้
ตามความเชื่อของประเพณีสงกรานต์แบบดั้งเดิมที่ภาคใต้แล้ว สงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งการผลัดเปลี่ยนเทวดาผู้รักษาดวงชะตาบ้านเมือง พวกเขาจึงถือเอาวันแรกของสงกรานต์ (13 เมษายน)เป็น "วันส่งเจ้าเมืองเก่า" โดยจะทำพิธีสะเดาะเคราะห์สิ่งไม่ดีออกไป ส่วน "วันว่าง" (14 เมษายน) ชาวนครจะไปทำบุญตักบาตรที่วัด และสรงน้ำพระพุทธรูป และวันสุดท้ายเป็น "วันรับเจ้าเมืองใหม่" (15 เมษายน)จะทำพิธีต้อนรับเทวดาองค์ใหม่ด้วยการแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสวยงามส่งท้ายสงกรานต์ประเพณีสงกรานต์

สงกรานต์ภาคกลาง
เริ่มขึ้นในวันที่ 13 เมษายน เป็นวัน "มหาสงกรานต์" วันที่ 14 เป็น "วันกลาง" หรือ "วันเนา" วันที่ 15 เป็นวัน "วันเถลิงศก" ทั้ง 3 วันประชาชนจะประกอบพิธีทางศาสนา มีการทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ การสรงน้ำพระ การขนทรายเข้าวัดก่อพระเจดีย์ทราย
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand travel info
Tags: Songkran, Thai New Year, วันสงกรานต์
น้ำกระเจี๊ยบแดงสด

source: อ.สุทธิวัสส์ คำภา
เครื่องปรุง
กระเจี๊ยบ 1 ขีด
พุทราจีนแห้ง 2 ขีด
น้ำตาลทรายเล็กน้อย (หรือไม่ใส่ก็ได้)
วิธีทำ
ล้างกระเจี๊ยบให้สะอาด ใส่ในหม้อใบใหญ่ ใส่น้ำประมาณ 4 ลิตร ล้างพุทราจีนให้สะอาด บีบให้แตก ใส่ลงไป ต้มเคี่ยวให้เดือดประมาณครึ่งชั่วโมง ยกลง ใช้ดื่มแทนน้ำ หรือถ้าชอบหวานก็เติมน้ำตาล
สรรพคุณ
- ช่วยลดอาการของหัวใจ
- ป้องกันเส้นเลือดในสมองเปราะ
- ลดความดันโลหิตสูง
- ลดไขมันในเส้นเลือด ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดตีบ
- แก้อาการสมองเสื่อม
- ชาปลายนิ้ว





