City Temples of Chiang Mai
Here are 36 active temples in the old city alone and many more in the greater city area. Should you be casually strolling down a narrow lane and you see a temple not listed here, take the time to walk in and look around, for every temple has something unique to offer. Many have special plaques that give a brief history at each location.

Wat Buppharam
source: www.chiangmai1.com
The temple was founded by King Muang Kaew in 1497. The Burmese-style chedi was rebuilt in 1958, and there is a well nearby which supplies holy water for anointing the King.
A small Lanna style viharn contains a large brick and stucco Buddha. Though over 300 years old, much that is seen today probably originates from a restoration at the end of the 19th century.
The mom – the guardian beasts at the entrance – were made in 1989, however.
The larger viharn (open only in the evening during chanting) goes back about 200 years and contains some mid- 20th century murals that show the Maha Rart in a Burmese style. The carved front door panels were completed in 1983.

Ho monthian tham
The newest structure is the hall (ho monthian tham) with the pinnacled roof.
Abbot Phra Udom Kittimongkol had it built on the spot where an earlier wooden structure used to stand. The building took ten years to complete and was finished in 1996. With its mythical beasts, stucco reliefs, wood carvings and murals, it is a fine demonstration of contemporary religious art.
Inside the hall on the ground floor, murals show the Lanna twelve months’ traditions.
Local artist Pornchai Jaimon included contemporary scenes in the details when he submitted this work for his degree thesis.
The second floor is heavily decorated and contains two large seated Buddha images. The white image is solid teak and was carved after a vision by King Naresuan in the late 16th century, when he defeated the Burmese forces near Muang Ngai. This vision is depicted in the carved wood panels on the east wall.

Wat Duang Di
(Phrapokklao Road)
This charming "hidden" temple has a compound shaded by some old longan trees. A small but unusual scripture repository decorated with stucco built in 1829 is located to the south of the main entrance to the viharn.
The tall viharn shows an Ayutthaya influence and has a very fine carved wooden gable. The massive wooden doors are dated 1929, but the main building is probably from the 19th century.
The inside of the viharn is simple, with crude murals between the windows depicting Buddhist bells.
The small ubosot next to the viharn is even older. According to an inscription at the base of one of the Buddha images in the viharn, the temple was formerly known as Wat Ton Mak Nua and dates back to King Muang Kaew at the beginning of the 16th century.
More info
http://www.chiangmai1.com/chiang_mai/city_temples.shtml
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: City Temples of Chiang Mai, Wat Buppharam, Wat Duang Di
เส้นบุกสุขภาพผัดผงกะหรี่

เส้นบุกสุขภาพผัดผงกะหรี่
ส่วนผสม
- เส้นบุกขาวลวก
- ปลาทูน่ากระป๋อง
- ผงกะหรี่
- เกลือป่น
- พริกไทยดำ
-นมข้นจือ
- หอมหัวใหญ่สับ
- พริกยักษ์ 3 สี
- ลูกเ้กตดำ
- เนย
บางไทรฮอสปิตอลเฮ้าส์

บ้านของคนรักสุขภาพ
Bangsai Hospihouse
วันนี้ มอบรางวัลที่ต้องทำงานมาทั้งชีวิต ด้วยความสุขที่เรียบง่าย กับชีวิตในบั้นปลาย บ้านของคนรักสุขภาพ อย่างแท้จริงที่
บางไทร ฮอสปิทอลเฮ้าส์
โครงการบ้านเดี่ยว เนื้อที่ 60-100 ตารางวา ออกแบบให้ พื้นภายใน เป็น ระดับเดียวกันหมด ไม่มีบันได หรือ ธรณีประตู บ้านมีเหลี่ยมมุมน้อยที่สุด
ชีวิตคนเมืองใหญ่ ต้องคร่ำ่เครียด กับหน้าที่การงาน ที่อยู่อาศัย ใน เมือง ที่มีพื้นที่จำกัด
ด้วยตระหนักถึงความต้องการ และความจำเป็น ด้านสุขภาพ ความแตกต่างอื่นๆ ที่เรามอบให้ ระบบความปลอดภัยพิเศษ
ที่ตั้งโครงการ
Wellness Home Resort and Spa
เลขที่ 1 หมู่ 4 ต. ช่างเหล็ก อ. บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 13190
โทร. 035-249500 ต่อ 803, 804
แฟกซ์ 035-249505
สำนักงานขายกรุงเทพ
คอนโดบ้านรัชดา
เลขที่ 125 ซอยเกตุนุติ 5 ถ.ลาดพร้าว 64
แขวง/เขต วังทองหลาง กรุงเทพ 10310
โทร. 02-933-9312, 086-3079568
แฟกซ์ 02-933-9311
www.hospihouse.com
Posted by thailand travel guide
Categories: Health Care
Tags: Bangsai Hospihouse, Wellness city, Wellness Home Resort and Spa, บางไทรฮอสปิตอลเฮ้าส์, บ้านของคนรักสุขภาพ
การชมดอกไม้

กิจกรรมชมดอกไม้
source: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ดอกไม้นับเป็นสิ่งสวยงานที่ธรรมชาติมอบ ไว้ให้มนุษย์ได้ชื่นชม ตามอุทยานแห่งชาติเป็นแหล่งธรรมชาติของพืชพันธุ์ไม้นานาชนิด นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติจึงมักได้รับความเบิกบานสำราญใจ จากดอกไม้ไม่น้อย สิ่งสำคัญที่พึงตระหนักไว้คือดอกไม้แต่ละชนิด มีฤดูกาลในการออกดอกแตกต่างกันไป และมีช่วงเวลาในการผลิบานระยะหนึ่ง หากพ้นฤดูกาลและช่วงวันที่เหมาะสมแล้ว ก็จะพลาดการชมดอกไม้นั้นไปทั้งปี ต้องรอโอกาสใหม่ในปีหน้า
ฤดูกาลในการชมดอกไม้
การผลิบานของดอกไม้แตกต่างกันไปใจแต่ละ ชนิดและสภาพป่าพรรณไม้ในป่าผลัดใบส่วนใหญ่ จะออกดอกงามในช่วงหน้าแล้งหลังจากต้นไม้เปลี่ยนสีทิ้งใบร่วงแล้ว พืชตามทุ่งหญ้า เช่น กระเจียว ดอกว่านมหาเมฆ ดอกเปราะภู ฯลฯ จะออกดอกสวยงานในช่วงต้นฤดูฝน ส่วนพืชตามลานหินทราย เช่น ดุสิตา สร้อยสุวรรณา กระดุมเงิน เอื้องม้าวิ่ง ฯลฯ จะออกดอกชูช่ออวดสีสันน่าชื่นใจในช่วงปลายฝนต้นหนาว ดอกไม้แต่ละชนิดจึงบานไม่พร้อมกัน และถึงแม้จะเป็นชนิดเดียวกัน แต่อยู่ต่างสถานที่ ก็อาจบานไม่พร้อมกันได้
ดูดอกไม้ที่ไหน
ก่อนอื่นต้อทราบว่าดอกไม้ที่ต้องการชม ขึ้นอยู่ในสภาพป่าแบบใด และอุทยานแห่งชาติใดที่มีสภาพป่าเช่นนั้นบ้าง เช่น หากต้องการชมดอกไม้ที่ปกติพบในเขตอบอุ่นก็ต้องไปปอุทยานแห่งชาติในภาคเหนือ ที่มีป่าดิบเขา เช่น อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งมีพันธุ์ไม้ของเขตอบอุ่นอย่างกุหลาบพันปี บางอุทยานแห่งชาติมีดอกไม้ทะยอยบานให้ชมตลอดทั้งปี เนื่องจากมีสภาพธรรมชาติที่หลากหลาย เช่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึงที่มีสภาพป่าหลายประเภท จะเป็นแหล่งที่มีโอกาสพบเห็นดอกไม้ได้มากกว่าอุทยานแห่งชาติ อื่นๆ ที่มีสภาพป่าแบบเดียว ผู้สนใจจึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพป่าของอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ให้ดี
อุปกรณ์ดูดอกไม้
สำหรับผู้ชื่นชมดอกไม้ทั่ว ๆ ไป อาจไม่ต้องการอุปกรณ์ใด ๆ เลย แต่ถ้าต้องการศึกษาและสัมผัสดอกไม้ให้ใกล้ชิดขึ้น ก็อาจต้องมีอุปกรณ์บางอย่างติดตัวไว้บ้าง เช่น แว่นขยาย เพื่อใช้ส่องดอกไม้เล็ก ๆ หรือช่วยสังเกตเกสรดอกไม้ กล้องส่องทางไกล เพื่อให้ส่องดอกไม้ที่อยู่บนยอดไม้สูง เช่น กล้วยไม้ที่มักขึ้นตามคาคบไม้ สมุดบันทึก เพื่อใช้บันทึกรายละเอียดของดอกไม้ที่ไม่รู้จักสำหรับค้นคว้าในภายหลัง สี อาจเป็นดินสอสี สีน้ำ สีเทียน แล้วแต่ชอบ เพื่อใช้วานภาพเก็บไว้ กล้องถ่ายภาพ เป็นอีกวิธีหนึ่งในการบันทึกความงานของธรรมชาติไว้
ข้อพึงระวังในการชมดอกไม้
อย่าเด็ดดอกไม้ไปเป็นของส่วนตัว เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และที่สำคัญคือ ดอกไม้มีหน้าที่สร้างเมล็ดเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ หากเด็ดดอกไม้ไปเสียแล้ว ก็เท่ากับเป็นการตัดตอนวัฏจักรการดำรงอยู่ของพืชชนิดนั้น นอกจากนี้ขณะเดินเท้าท่องเที่ยว โดยเฉพาะตามทุ่ง ซึ่งมักมีดอกไม้ขนาดเล็กและขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ก็ควรเดินด้วยความระมัดระวัง หากไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ ควรเดินเรียงแถวไปตามเส้นทาง ไม่ควรเดินแตกแถวกระจายกันออกไปเพราะจะมีโอกาสเหยียบย่ำดอกไม้โดยมิได้ ตั้งใจ
กิจกรรมดูผีเสื้อ

Butterfly Watcher
source: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
แม้การดูผีเสื้อจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นใน เมืองไทยได้ไม่นาน แต่ก็เป็นกิจกรรมที่กำลังแพร่หลายอย่างรวดเร็วในหมู่นักนิยมธรรมชาติ เพราะความน่าหลงไหลในความงานแห่งปีกผีเสื้อนั้นก็มีมากกว่าสัตว์อื่นๆ บางครั้งสามารถพบผีเสื้อหลายชนิดรวมกลุ่มกันเป็นฝูงใหญ่นับร้อยตัว ในขณะที่ผีเสื้อกำลังเกาะกินอาหารอยู่นิ่งๆ ก็สามารถเข้าไปดูผีเสื้อได้อย่างใกล้ชิด
อุปกรณ์ในการดูผีเสื้อ
อุปกรณ์ในการดูผีเสื้อคล้ายกับอุปกรณ์การดูนก อุปกรณ์ที่จำเป็น คือ แว่นขยาย เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดบนตัวผีเสื้อได้ชัดเจนในระยะใกล้ ควรเลือกชนิดที่มีด้านจับ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-10 เซนติเมตร คู่มือดูผีเสื้อ เป็นหนังสือที่ให้รายละเอียดและภาพประกอบของผีเสื้อแต่ละชนิด ช่วยให้จำแนกชนิดของผีเสื้อได้ถูกต้อง สมุดบันทึก สำหรับบันทึกรายละเอียดของผีเสื้อ ตั้งแต่ขนาด สีสัน และลวดลายของปีก พฤติกรรม ฯลฯ
การเตรียมตัวไปดูผีเสื้อ
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้พบเห็น ผีเสื้อได้ง่ายขึ้น เมื่อออกไปดูผีเสื้อควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่มาสีสันกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เช่น สีเขียว เทา หรือน้ำตาล ซึ่งจะไม่ทำให้ผีเสื้อตื่นกลัวหรือสังเกตเห็นได้ง่าย ทำให้มีโอกาสเข้าใกล้ผีเสื้อได้มากขึ้น เสื้อผ้าควรมีแขนขายา เพื่อป้องกันแสงแดดและหนามขีดข่วน รองเท้าควรเป็นชนิดที่กระชับใส่สบาย อย่าลืมสวมถุงเท้าเพื่อป้องกันการเสียดสีจากการเดิน ถ้าไปดูผีเสื้อบนเขาสูงควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย ถ้าเป็นหน้าฝน เสื้อกันฝนก็เป็นสิ่งที่ขาดมิได
ช่วงเวลาในการดูผีเสื้อ
การดูผีเสื้อสามารถดูได้ตลอดทั้งวัน เพราะผีเสื้อแต่ละชนิดมีช่วงเวลาการออกหากินแตกต่างกัน แต่ที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเช้า เพราะเป็นเวลาที่ผีเสื้อจะเกาะนิ่งตามใบไม้ เพื่อผึ่งแดดให้ร่างกายและปีกอบอุ่นแข็งแรงก่อนที่จะออกหากิน นักดูผีเสื้อจึงสามารถสังเกตผีเสื้อได้อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ผีเสื้อออกบินหากินแล้วส่วนใหญ่จะบินเร็วและค่อนข้างขี้ตื่นจึง สังเกตได้ยาก นอกจากจะพบผีเสื้อที่กำลังเกาะกินอาหารอยู่นิ่งๆ โดยเฉพาะตามพุ่มดอกไม้ริมทาง พื้นดินแฉะหรือดินทรายริมลำธารรวมทั้งบริเวณแหล่งอาหารใหญ่ ก็จะพบผีเสื้อรวมกันอยู่เป็นฝูงใหญ่นับร้อยตัว นับเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับการดูผีเสื้อ
โดยทั่วไปแม้ว่าผีเสื้อจะบินเร็วไม่ยอม เกาะนิ่ง หรือไม่ยอมให้เข้าใกล้ ผู้สนใจก็ต้องอดทนรอจังหวะและโอกาสเพราะหากผีเสื้อไม่ตกใจบินหนีไปไกลๆ ก็มักพบมันได้อีกในบริเวณใกล้เคียง ในวันอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน อากาศหนาวหรือมีความชื้นสูง ผีเสื้อส่วนใหญ่มักไม่ออกหากิน ให้ลองสังเกตผีเสื้อที่เกาะพักอยู่ตามใบไม้หรือต้นไม้
ดูผีเสื้อที่ไหน
ผีเสื้อสามารถพบเห็นได้ทุกหนแห่งทั่ว ประเทศ นอกจากสวนไม้ดอกและท้องทุ่งใกล้บ้านแล้ว ผืนป่าตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ ล้วนมีผีเสื้ออาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีแหล่งดูผีเสื้อที่น่าสนใจ เช่น อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งชาติแม่วะ เป็นต้น
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand travel info
Tags: Butterfly Watcher, การดูผีเสื้อ, กิจกรรมดูผีเสื้อ







