ตลาดมหาชัย

ตลาดมหาชัย
Mahachai Market
สมุทรสาคร หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า มหาชัย เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนปากน้ำท่าจีน ห่างจากทะเลเพียง 2 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 36 กิโลเมตร เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีบันทึกไว้ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา
เมื่อครั้งพระเจ้าเสือเสด็จประพาสทางชลมาศกำเนิดเป็นเรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ ผู้จงรักภัคดี
จากที่เดิมเรียกว่า ท่าจีน เพราะแต่เดิมเป็นตำบลใหญ่อยู่ติดกับอ่าวไทย มีชาวจีนนำสำเภาเข้ามาจอดเทียบท่าค้าขายกันมากจึงเรียกติดปากกลายเป็นตำบลท่าจีน
ในปี พ.ศ. 2091 ในสมัยสมเด็จพระมหาจักพรรดิ โปรดให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกหลายเมือง บ้านท่าจีนจึงยกฐานะเป็นเมืองสาครบุรี เพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านป้องกันศัตรูผู้ที่จะมารุกรานทางทะเล และเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองสมุทรสาคร ในสมัยรัชกาลที่ 4
ต่อมา พ.ศ. 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการให้ทางราชการ เปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” ทั่วทุกแห่ง เมืองสมุทรสาครจึงได้เปลี่ยนเป็น “จังหวัดสมุทรสาคร” มาจนทุกวันนี้ ส่วนคำว่า “มหาชัย” ที่คนชอบเรียกกันนั้นเป็นชื่อของคลองที่ขุดขึ้นที่ตัดความคดเคี้ยวของคลอง โคกขามอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ของพันท้ายนรสิงห์
จังหวัดสมุทรสาครมีเนื้อที่ประมาณ 872 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองเป็น 3 อำเภอ คืออำเภอเมือง อำเภอกระทุ่มแบน และอำเภอบ้านแพ้ว
การเดินทาง
รถยนต์
การเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถไปได้หลายเส้นทาง ดังนี้
1. จากแยกบางปะแก้ว ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระรามที่ 2) ผ่านที่ทำการเขตบางขุนเทียน ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย ถึงสี่แยกมหาชัย ประมาณกิโลเมตรที่ 28 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทาง 29 กิโลเมตร
2. จากศูนย์การค้าดาวคะนองไปตามถนนเอกชัย ผ่านสะพานบางขุนเทียน วัดสิงห์ แยกบางบอน โรงเรียนศึกษานารี วัดโพธิ์แจ้ ตำบลคอกกระบือ ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย เคหะชุมชนมหาชัยเข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทาง 30 กิโลเมตร
3. จากสี่แยกท่าพระไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษมถึงหนองแขมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเพชรเกษม 81 ถึงแยกถนนเอกชัยเลี้ยวขวาไปตามถนนเอกชัยผ่านโรงเรียนศึกษานารี ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทาง 30 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม เลยบางแคแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวงแหวนรอบนอกจะไปตัดกับถนนเอกชัย วกรถกลับเข้าถนนเอกชัย หรือตรงไปเข้าถนนธนบุรี-ปากท่อก็ได้ หรือจากถนนเพชรเกษมผ่านอ้อมน้อย แยกเข้าถนนเศรษฐกิจ 1 บริเวณกิโลเมตรที่ 25 ผ่านอำเภอกระทุ่มแบนได้อีกเส้นทางหนึ่ง
4. จากสะพานพระปิ่นเกล้า ไปตามถนนบรมราชชนนี ตัดเข้าถนนเพชรเกษมได้ 3 ทาง คือ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 พุทธมณฑลสาย 4 และพุทธมณฑลสาย 5 จากนั้นเลือกเข้าตัวเมืองสมุทรสาครได้ 2 ทาง คือ จากพุทธมณฑลสาย 2 ออกถนนเอกชัย เลี้ยวขวาผ่านโรงเรียนศึกษานารี ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร หรือใช้พุทธมณฑลสาย 4 และพุทธมณฑลสาย 5 เข้าถนนเศรษฐกิจ 1 ที่แยกอ้อมน้อย ผ่านอำเภอกระทุ่มแบนระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถนนวงแหวนรอบนอก ซึ่งตัดผ่านถนนเอกชัยและถนนธนบุรี-ปากท่อได้อีกด้วย
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดสมุทรสาครทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.30-21.30 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี โทร. 0 2434 5557-8 (รถธรรมดา) โทร. 0 2435 1199-200 (รถปรับอากาศ) หรือเว็บไซต์ www.transport.co.th
รถไฟ
การ รถไฟมีบริการรถไฟออกจากสถานีวงเวียนใหญ่ทุกวันๆ ละหลายเที่ยว ตั้งแต่เวลา 05.30-20.10 น. ไปสุดปลายทางสถานีรถไฟมหาชัยหรือข้ามเรือไปฝั่งสถานีรถไฟบ้านแหลมก็จะสามารถ นั่งรถไฟต่อไปถึงสถานีรถไฟแม่กลองจังหวัดสมุทรสงคราม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ โทร. 0 2465 2017, 0 2890 6260 และสถานีรถไฟมหาชัย โทร. 0 3441 1003 หรือ www.railway.co.th
Posted by thailand travel guide
Categories: Thai travel story
Tags: Mahachai Market, ตลาดมหาชัย, สมุทรสาคร
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
THE BHUMIRAK DHAMACHART PROJECT
THE ROYAL NATURE CONSERVATION CENTER
เลขที่ 98/1 ม.2 บ.ท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก 26000
เว็บไซท์ : www.bhumirak.com
จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ นครนายก การเตรียมตัวไปเที่ยวครั้งนี้ให้อารมณ์ความรู้สึกต่างจากทุกครั้งเมื่อรู้ ว่าจะได้ไปสัมผัส โครงการพระราชดำริ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ในเขตเขื่อนคลองขุนด่านปราการชล จ.นครนายก อย่างใกล้ชิด ยิ่งได้ปราชญ์มือโปร ปัญญา ปุลิเวคินทร์ อดีตผู้จัดการแบงก์เกษตรฯ ผู้บริหารโครงการลงมือพาแนะนำสถานที่ด้วยตนเอง ความซาบซึ้งถึงแก่นรากการท่องเที่ยวอย่างพอเพียง พร้อมเรื่องราวความทรงจำดีๆ เป็นคุณประโยชน์นานัปการแก่ชนรุ่นหลัง
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ก่อตั้งบนที่ดินส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมูลนิธิชัยพัฒนาและสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเจตจำนงที่จะถวายความจงรักภักดีประกอบกิจกรรมสนองพระราชดำริ โดยมูลนิธิชัยพัฒนาขอพระบรมราชานุญาต ขอใช้ที่ดิน 14 – 2 – 18 ไร่ ตั้งอยู่หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล บ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก
สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปภัมภ์สนับสนุนงบประมาณเพื่อทำการพัฒนาให้เกิดประโยช์แก่ประชาชนทั่วไป โดยจัดทำโครงการศูนย์นิทรรศการการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อแสดงแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาตนเองตามแนว พระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โครงการศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานนามเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2545 โดยเริ่มก่อสร้างดำเนินการก่อตั้งศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติมาตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2545 จัดสรรพื้นที่กว่าี่ 14 ไร่ ให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุด สู่การเป็น “ อาศรมปัญญา ”
จุดชมวิวหน่วยแรก อยู่บริเวณ ระเบียงภูมิทัศน์ ของอาคารทอดสายตาไปโดยรอบ ภาพที่ปรากฏผ่านเรื่องราวจากธรรมชาติรอบพื้นที่สะท้อน แนวคิดและทฤษฎีพัฒนาตนเอง จำลองวิถีเด่นๆ ด้านการเกษตรจากทุกภาค เหนือ ใต้ กลาง สวนกลาง ต้นกล้า เลี้ยงกุ้ง แต่ละศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นมุม หลุมขนมครก หรือ อธรรมปราบอธรรม แปลงหญ้าแฝก แปลงทดลองแก้มลิง บ่อบำบัดน้ำเสีย กังหันน้ำชัยพัฒนา ใช้ธรรมชาติสอนให้รู้จักชีวิตจริง
จุดชมหน่วยที่สองคือ พิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาตนเอง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาคารขนาดกะทัดรัดแต่สามารถให้รายละเอียดแบบครบวงจร ป่า ดิน น้ำ ฝนหลวง กังหันลม ความเชื่อมโยงแห่งวิถีชีวิต บ้าน วัด โรงเรียน ในทางสายกลาง บนรากฐานแห่งความพอเพียง
สัมผัสได้ถึงพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เล่าเนื้อหาผ่านวิดีทัศน์ในห้องจำลองจากธารน้ำบนยอดเขาต้องให้ความชุ่มชื้น แก่ผืนดิน ทางเดียวที่จะรักษาไว้ได้ต้องหยุดบุกรุกต้นน้ำ ด้วยการปลูกหญ้าแฝกคลุมดิน หยุดทำลายธรรมชาติด้วยการรณรงค์ให้ปลูกป่า 3 ป. ปลูกไม้ฟืน ไม้ใช้สอย ไม้ผล นำมาซึ่งประโยชน์ 4 อนุรักษ์ น้ำ ดิน ต้นไม้ และชุมชน
ศิลปะการบริหารจัดการน้ำ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ แห่งนี้อธิบายตั้งแต่น้ำหยดแรกจากยอดเขาใหญ่จนถึงหยดสุดท้ายที่ไหลลงทะเล มีที่เก็บและท่อลำเลียงเป็นระบบใช้ได้ตลอดปี แถมไล่น้ำเค็มลงทะเลพอปลายทางกระจายไปบำบัดจนได้น้ำคุณภาพดีไปเลี้ยงสัตว์ ทุกวันนี้ แม้แต่ กรุงเทพมหานคร ลุ่มเจ้าพระยามีปัญหาเรื่องน้ำทะเลกับน้ำเหนือหนุน ก็ได้อานิสงส์จากโครงการนี้
เนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์สร้างเพลิดเพลินตื่นตาแก่ทุกคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม
มุมที่ 1 ห้องป่าต้นน้ำ พร้อมเรื่องราวผ่าน แสง สี เสียง กลมกลืนกับธรรมชาติเสียงนกร้อง ให้แต่ละคนได้เรียนรู้ถึง ป่าฝน มีไว้ป้องกันภัยธรรมที่รุนแรง ป่าเปียก ปลูกไม้โตเร็วริมลำธารเป็นแนวป้องกันไฟป่า ป่าคลุมดิน การแนะนำให้ปลูกไม้ฟืน ไร่สวนผสม
มุมที่ 2 ทำอย่างอื่นไปด้วยกัน เช่น สร้างฝาย อนุรักษ์ดิน สะท้อนคุณธรรมควบคู่กับจิตสำนึกชุมชนให้เห็นถึงประโยชน์มหาศาลของป่าทุกชนิด
มุมที่ 3 การจัดการทรัพยากรน้ำ 92 หยดลงสู่ทะเลต้องมีต้นน้ำกักไว้โดยมีเชื่อนกลางน้ำเป็นฝายเล็กๆ สุดท้ายคือสระก่อนจะสิ้นสุดตรงป่าชายเลน เรียกกันว่า จากภูผาสู่มหานที มีลักษณะจำลองเช่นนี้เอง
มุมที่ 4 ฝนเทียม จำลองกรรมวิธีเลี้ยงเมฆให้อ้วนจนฟ้าครึ้มพร้อมจู่โจมด้วยเฮลิคอปเตอร์จำลอง นักท่องเที่ยวสามารถมุดลงไปข้างใต้เมื่อฝนตกจะมีละอองกระเซ็นเป็นฝอยสัมผัส ไอน้ำนั้นได้ ถูกใจเยาวชนที่แวะเข้ามาชม
มุมที่ 5 การศึกษาเรื่องน้ำ
มุมที่ 6 ทฤษฎีแห่งการยืดหยุ่นได้
มุมที่ 7 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาตนเอง
มุมที่ 8 ชุมชนพอเพียง
มุมที่ 9 พิพิธภัณฑ์แห่งชีวิต มุมนี้จะต้องเดินลงจากอาคารพิพิธภัณฑ์ไปตามแผนที่ประเทศไทยทำเป็นสวนครัว ขนาดใหญ่ 4 ภาค เป็นอันว่าเที่ยวจนเพียงพอจุใจ
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ แยกรังสิตตามทางหลวงหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาที่หินกองไปตามถนนสุวรรณศร ทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงนครนายก
รถโดยสาร จากกรุงเทพ ฯ มีรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2) มีเส้นทางเดินรถ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกรุงเทพ ฯ – รังสิต – องครักษ์ – นครนายก หรือเส้นทางกรุงเทพ ฯ – หินกอง – นครนายก
รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่ สถานีขนส่งสายเหนือ (ถ.กำแพงเพชร 2)
โทร.0-2936-3660, 0-2936-3666
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
• สำนักงาน ททท.สำนักงานนครนายก โทร.0-3731-2282, 0-3731-2284
• ผู้ประสานงานศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ นครนายก
• คุณปัญญา ปุลิเวคินทร์ โทร.08-1964-5915
• คุณวริสร รักษ์พันธุ์ โทร.08-1970-3779
แผนที่ไปศูนย์ภูมิิรักษ์ธรรมชาติ
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: THE BHUMIRAK DHAMACHART PROJECT, THE ROYAL NATURE CONSERVATION CENTER, นครนายก, ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
เขาชะเมา เฮลท์ รีสอร์ท

เขาชะเมา เฮลท์ รีสอร์ท
Khao Cha Mao Health Resort
บรรยากาศ ขุนเขา และสายหมอกที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย เมืองแห่งผลไม้ จังหวัดจันทบุรี ตื่นมาเช้าๆ มาสูดอากาศรับสายหมอกท่ามกลางขุนเขา และต้นไม้ใหญ่ พร้อมกับการดีทอกซ์ร่างกายด้วยการดื่มน้ำข้าวสาลีคั้นสดๆ ที่อุดมไปด้วย โคโรฟิลล์ช่วยล้างสารพิษ และยังช่วยบำรุงเซลล์ในร่างกายด้วย
ภายในบ้านพักแต่ละหลังจะแบ่งเป็นโทนสีร้อน และสีเย็นที่จะช่วยบำบัดโรคที่ต่างกันออกไปตามคุณสมบัติของสีบำบัด สิ่งแรกที่มองเห็นที่ก้าวเข้าไปห้องพัก และสะดุดตาก้คือ โคมไฟผลึกเกลือล้านปีจากเทือกเขาหิมาลัยเป็นเครื่องฟอกอากาศปล่อยประจุลบ ซึ่งช่วยฟอกอากาศภายในห้องให้บริสุทธิ์ ลดปริมาณจุลินทรีย์ในอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
อาหารที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องสุขภาพมากโดยวิธีการปรุงยึดหลัก หยิน-หยาง เพื่อปรับสมดุลในร่างกาย เมนูเพื่อสุขภาพของที่นี่ จะเสริมด้วยอาหารแบบ แมคโครไบโอเนติก ซึ่งจะเน้นอาหารที่บริสุทธิ์เป็นธรรมชาติ แล้วก็ปรุงแต่งน้อยๆ ที่สำคัญไม่มีผงชูรส
หากคุณกำลังหาสถานที่เพื่อผ่อนกาย พักใจ เพิ่มพลัง เติมไฟ ให้กับชีวิต หรือ กำลังมองหาสถานที่เพื่อจัดประชุม จัดอบรม สัมนา ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และได้สุขภาพที่ดีเป็นของแถม … เชิญที่ เขาชะเมา เฮลท์ รีสอร์ท
สำนักงานกรุงเทพฯ
สถานที่ตั้ง: 71 Sport Club ชั้น 4 ซ.ปรีดีพนมยงค์ 41 ถ.สุขุมวิท 71 เขตวัฒนา กทม. 10110
โทรศัพท์ : 0-2392-1038, 0-2391, 0-2713-2823, 0-2391-1785 ต่อ 14 (แฟกซ์)
E-mail: service@chamaohealth.com
Website: www.chamaohealth.com

สำนักงานจังหวัดจันทบุรี (ที่ตั้ง เขาชะเมา เฮลท์ รีสอร์ท)
คุณจรรย์ดม โทร. 081-295-8086
คุณฉัฐม์สุดา โทร. 086-190-2547
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Health
Tags: health resort, Khao Cha Mao Health Resort, Thailand Resort, Thailand Travel Health, จันทบุรี, เขาชะเมา เฮลท์ รีสอร์ท
เที่ยวเพชรบูรณ์
เที่ยวเพชรบูรณ์
source: เมืองไทย เมืองยิ้ม
photo: http://www.oknation.net/blog/huahinradio
อุทยานภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ 191,875 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2527 เป็นเทือกเขา ที่มีภูมิทัศน์สวยงาม มีป่าใหญ่ปกคลุมเขียวชอุ่มตลอดปี มีลานหินกว้างใหญ่ ซึ่งเกิดรอยแตกเป็น ร่องยาวและ ลึกอยู่มากมาย บางตอนเป็นหน้าผา ตัดชันชวนตื่นตา นอกจากนั้นดินแดนนี้ยังเคย เป็นยุทธภูมิที่สำคัญ เนื่องจากความขัดแย้ง ของลัทธิและ แนวความคิดทางการเมือง นับเป็นสิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว
ลานหินปุ่ม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปทางอำเภอหล่มเก่า ประมาณ 4 กิโลเมตร พื้นลานหินทั้งลานจะมีแท่งหินยื่นจากพื้น ตะปุ่มตะป่ำ คาดว่าเกิดจาก การสึกกร่อน ตามธรรมชาติ อากาศบริเวรนี้เย็นสบาย สุดลานหินจะมีหน้าผา เมื่อมองไปยังเบื้องล่าง จะเห็นแนว ต้นไม้เล็ก ใหญ่ยาว ติดต่อบริเวณกว้าง และบริเวณนี้ยังมีดอกไม้นานาพันธุ์ แซมสัสันให้กับผืนลานมากมาย
ผาชูธง อยู่ห่างจากลานหินปุ่มประมาณ 500 เมตร เป็นหน้าผาสูงชัน สามารถเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล จะสวยงามมากในยามพระอาทิตย์ตกดิน บริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ซึ่ง ผกค. ขึ้นไปชูธงแดงรูปค้อนเคียวทุกครั้งที่รบชนะฝ่ายรัฐบาล
น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร ห่างจากโรงเรียนการเมืองการทหารและกังหันน้ำประมาณ 600 เมตร มีทางแยกเดินลงน้ำตกร่มเกล้า ประมาณ 400 เมตร หากเดินลงไปอีก 200 เมตร จะเป็นน้ำตกภราดรซึ่งมีลักษณะคล้ายกันและอยู่บนลำธารเดียวกัน น้ำตกภราดรมีความสูงน้อยกว่าแต่กระแสน้ำแรงกว่า
โรงเรียนการเมืองการทหาร ตั้ง อยู่ที่ กม. ๔ จากที่ทำการอุทยานฯ เป็นที่อบ รมศึกษาการเมืองและการทหาร แก่พลพรรคผู้ปฎิบัติงาน ของ พคท.ในบริเวณโรงเรียนมีบ้านไม้ประมาณ ๓๑ หลัง กระจัดกระจายซ่อนตัวอยุ่ใต้ร่มเงาไม้ เพื่อพรางตาจากกา รค้นหาของเครื่องบิน โดยแบ่งเป็นบ้านพัก โรงอาหาร ห้องสมุด พลาธิการ สื่อสาร และพยาบาล ถูกปกคลุมด้วย ป่ารกครึ้มหนาแน่น เมื่อปี ๒๕๑๓ เป็นที่ตั้งของคณะ กรรมการ พคท.เขต ๓ จังหวัด คือ จังหวัดเลย เพชรบูรณ์ และจังหวัดพิษณุโลก ปีพ.ศ.๒๕๒๐ ได้ก่อตั้งเป็น โรงเรียนให้การศึกษาตามแนวทางลัทธิคอมมิวนิสต์
ภูทับเบิก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องเกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องเกล้าเดิมเป็นสมรภูมิสู้รบ ในภูทับเบิกมีภูลมโลซึ่งเป็นภูเขาสูงที่สุดในอุทยานฯความสูง1,614ม.
จากระดับน้ำทะเลท้าทายนักเดินป่าผจญภัยยิ่งนัก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและหนาว จากจุดชมวิวธารพายุ ซึ่งอยู่ใกล้หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ บ้านทับเบิกสมารถมองเห็น
ทะเลหมอกที่ห่อคลุมผืนป่าดิบเชิงภูลมโลได้ชัดเจน นับเป็นจุดชมทะเลหมอกซึ่งดีที่สุดแห่งหนึ่งในเขตถาคเหนือตอนล่าง จนได้รับการยกย่องเป็น 1 Unseen Natures and Whonders
นอนทับเิบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน เป็นวลีที่รวบรวมจุดเด่นของ ภูทับเบิกมาอย่างลงตัว จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ ภูทับเบิก จะมีแปลงกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ปกคลุมไปทั้งขุนเขา ยามกลางคืนนักท่องเที่ยวที่ค้างแรมบนภูทับเบิก สมารถชมดาวฟ้า และดูดาวดิน ได้อย่างชัดเจน
ดาวดิน หมายถึง แสงไฟจากบ้านเรือนที่จะระยิบระยับเป็นจุดเล็กๆตอนกลางคืนเมื่อมองจากยอดดอย
ภูทับเบิก แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภูทับเบิก ดินแดนแห่งความหนาว ที่มีดาวเกลื่อนดิน ภูทับเบิกเป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ โดยมีความสูงจากระดับ น้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เหตุผลที่เรียกภูทับเบิกก็เพราะอยู่ใกล้กับหมู่บ้านม้งทับเบิก ต.วังบาลซึ่งห่างจาก อ.หล่มเก่า 40 กิโลเมตรและห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 97 กิโลเมตร
ภูทับเบิก มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา ป่าไม้ สายหมอก ไอหนาวและอากาศบริสุทธิ์ุ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็น จากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลและทะเลหมอกที่มีให้ดูตลอดปี
ไร่กำนันจุล ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 202 ทางหลวงหมายเลข 21 เส้นสระบุรี-หล่มสัก ก่อนถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ 21 กิโลเมตร ใกล้สามแยกวังชมภู เป็นผู้บุกเบิกการทำไร่ส้มเขียวหวานส่งออกขายทั่วประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน รายแรกๆ ของประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2479 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนเนื้อที่กว่า 10,000 ไร่
ผลิตผลที่ได้นำมาจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวด้านหน้าฟาร์ม สำหรับผู้สนใจทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่สวน ต้องติดต่อล่วงหน้า โดยมีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวหลายรูปแบบ เช่น ดูนก ตกปลา ขี่จักรยานชมสวน มีทั้งแบบไปเช้า เย็นกลับ หรือพักค้างคืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณณฤมณ โทร 0 -5677-1101-4 ต่อ 114 ,08 9960 3481
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: ผาชูธง, ภูทับเบิก, ลานหินปุ่ม, อุทยานภูหินร่องกล้า, เที่ยวเพชรบูรณ์, โรงเรียนการเมืองการทหาร, ไร่กำนันจุล
หาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน
อ่าวนาวิกโยธิน
Teay Ngam Beach
อ่าวนาวิกโยธิน เป็นอ่าวเปิดสู่อ่าวไทยทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นหาดทรายสะอาดค่อยๆลาดลง ก้นอ่าว นอกจากจะชื่ออ่าวนาวิกโยธินแล้ว ยังถูกเรียกชื่ออื่นอีก เช่น อ่าวเตยงามบ้าง
อ่าวนาวิกโยธิน ตั้งอยู่ภายในค่ายกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีอีกชื่อหนึ่งว่า อ่าวเตยงาม ทิศเหนือติดกับผาวชิราลงกรณ์ ชายหาดเป็นหาดทรายขาวทอดยาวไปตามความโค้งของอ่าว ค่อย ๆ ลาดลงไปในทะเล เมื่อน้ำลดจะมีลักษณะเป็นลานกว้าง สามารถเดินไปถึงเกาะไก่เตี้ย ที่ตั้งอยู่ในบริเวณก้นอ่าวได้ ซึ่งอ่าวนาวิกโยธินนี้ นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมทางน้ำได้ทั้งเรือใบและวินเซิร์ฟ ตลอดจนกิจกรรมทางน้ำประเภทอื่นๆ
พิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงวัตถุต่างๆอันเกี่ยวกับทหารนาวิกโยธิน ซึ่งภายในจัดแบ่งเป็นห้องแสดงเรื่องราวและประวัติอันได้แก่ ห้องบรรยายสรุป, ห้องพระราชวงศ์ที่เกี่ยวข้องกับทหารนาวิกโยธิน, ห้องแสดงเครื่องแบบและเครื่องหมายของทหารนาวิกโยธิน และห้องจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงห้องแสดงฉากจำลองยุทธภูมิต่างๆของ ทหารนาวิกโยธิน อีกด้วย.และใกล้ๆกันนั้นก็ยังมีสถานที่ๆน่าสนใจ ที่เราจะพาไปเที่ยวชมได้แก่ " อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน " ซึ่งอนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและร่วมรำลึกถึงทหารนาวิกโยธิน ที่ได้เสียชีวิตในการสู้รบในสมรภูมิต่างๆ และไม่ไกลกันในเวลาพระอาทิตย์ตกดินของทุกเย็นจะมี " พิธีเชิญธงลงจากยอดเสา " ซึ่งเป็นการปฏิบัติมีมาช้านานของทหารเรือ เวลาที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเป็นเวลาที่จะเชิญธงลงจากยอดเสา และที่บริเวณหาดเตยงามแห่งนี้ก็มีพิธีนี้เช่นกัน
ศาลกรมหลวงชุมพร จากพิพิธภัณฑ์ด้านขวามือหากท่านขับรถตรงขึ้นเขาจะมีป้ายบอกทางชัดเจนระหว่าง ทางขับรถขึ้นเขาให้ระวังฝูงลิง ที่เขาจะมาคอยขออาหารจากผู้มาเยือนซึ่งต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง เพราะลิงที่นี่จะเชื่องกับคนมาก เมื่อเข้ามาที่บริเวณศาลก็จะพบกับผู้ที่เข้ามาสักการะซึ่งเป็นผู้ที่นำสิ่ง ของมาบนบาน ที่ศาลก็จะมีพระบรมรูปจำลองของ กรมหลวงชุมพร ให้ได้เคารพสักการะและด้านในก็จะมีจุดชมวิวบนเขา รวมถึงตู้ที่จำลองเหตุการณ์และวีรกรรมของเหล่าบรรดาทหารเรือในอดีต ที่ผ่านมา." ในหลวงของเรา " วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเรือใบประเภทโอเคขนาด 13 ฟุตชื่อ " เวคา " จากพระราชวังไกลกังวลหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกเดินทางตั้งแต่เวลา 04.28 น.ตัดข้ามอ่าวไทยขึ้นฝั่งที่อำเภอสัตหีบ บริเวณหาดเตยงามโดยเป็นระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 60 ไมล์ทะเลเวลาทั้งสิ้น 17 ชั่วโมงและได้นำธงราชนาวิกโยธินมาปักไว้ ณ.ที่หาดเตยงามแห่งนี้
หาดเตยงามอ่าวนาวิกโยธิน จึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ครบวงจร นอกจากผู้ที่มาเที่ยวชมจะได้รับความเพลิดเพลินในความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ยังได้รับความรู้ความเป็นมาของทหารนาวิกโยธิน กองทัพเรืออีกด้วย นอกจากนี้แล้วบริเวณชายหาดยังเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ชอบเล่นน้ำทะเลได้ลงเล่น โดยจะมีหอตรวจการณ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรวมทั้งศูนย์ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ คอยอำนวยความสะดวกและให้การดูแลเป็นอย่างดี
นอกจากนั้นในพื้นที่ใกล้เคียง ยังแวดล้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ศาลนายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บนยอดเขาแหลมปู่เจ้า พิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน พร้อมทั้งมีบริการบ้านพักและร้านอาหาร ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร สัตหีบ ชลบุรี
หมายเลขโทรศัพท์ 08-4377-6791, 0-3830-8126, 0-3828-5666 หรือ 0 2866 1180 ต่อ 061 – 3350 ในวันและเวลาราชการ
มารีนรีสอร์ต หาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน 09-6011497
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Health
Tags: teay ngam beach, ชลบุรี, หาด เตยงาม, หาดเตยงาม, อ่าวนาวิกโยธิน, อ่าวเตยงาม








