wp=2.3.2&publisher=a62cf3cd-bf1e-4768-8391-b496a70d75fc&type=wordpress2.8.1-beta1&wp=2.8.4">

Thailand Travel Health, Thailand Hotels          จองโรงแรม รีสอร์ท

Thailand Travel Health, Thailand Hotels

Archive for January, 2009

หอศิลปวัฒธรรม กรุงเทพมหานคร

หอศิลปวัฒธรรม กรุงเทพมหานคร

หอศิลปวัฒธรรม กรุงเทพมหานคร

Bangkok Ark and Culture Center

source: http://www.bacc.or.th/

หอศิลปวัฒธรรม กรุงเทพมหานคร แหล่งรวมสรรพศิลปะทุกแขนง
เมื่อ ศิลปะ หมายถึง ความดี ความงาม เป็นที่สิงสถิตวิญญาณอันเป็นอมตะมีอาณาจักรอันไม่มีขอบเขต ดังคำกล่าวอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ณ ปัจจุบัน ศิลปะก็ได้รับการเชิดชูคุณค่าอย่างองอาจ เมื่อหอศิลปวัฒธรรมกรุงเทพมหานคร ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างอลังการใจกลางเมืองเหมือนศูนย์การค้า ที่คนสามารถเข้าไปช้อปปิ้งด้านปัญญาได้สะดวก ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบร่วมสมัยสูง 9 ชั้น เพื่อรองรับศิลปะได้ทุกแขนง โดยชั้น 7-9 เป็นส่วนของงานแสดงนิทรรศการศิลปะหมุนเวียนที่กว้างขวาง ชั้น 6 เป็นสำนักงาน และห้องอาหาร ชั้น 5 เป็นห้อง Auditorium สำหรับฉายภาพยนต์ และกิจกรรมต่างๆ เช่น ละครเวที ดนตรี วรรณกรรม และอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีห้องสมุดศิลปะ ร้านค้า ร้านอาหาร มุมกาแฟ ไว้บริการ ถือเป็นจุดนัดพบความรู้ด้านศิลปะแห่งแรกที่ทุกคนสามารถเข้ามาดื่มด่ำได้อย่างเต็มที่

หอศิลปวัฒธรรม กรุงเทพมหานคร

ถึงเวลาที่เราจะพาจินตนาการ ออกไปสู่โลกแห่งงานศิลป์ ที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล ในอาคารสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ใจกลางเมือง ของหอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กรุงเทพมหานคร ที่นี่เป็นจุดนัดพบของความรู้ด้านศิลปะ และศูนย์กลางของความ คิดสร้างสรรค์ สำหรับคนทุกรุ่นทุกวัย ให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ของการพูดคุย สังสรรค์ ระหว่างผู้สร้างงานศิลป์ด้วยกัน และกับคนชื่นชมงาน เพื่อกลับไปต่อยอดจินตนาการ สร้างแรงบันดาลใจ และทดลองสิ่งใหม่ๆ เรายังเป็นพื้นที่ที่จะสนับสนุน ให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ได้เข้ามา สร้างผลงานศิลปะ และเติมเต็มการเรียนรู้ให้สมบูรณ์ขึ้น

 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร รองรับงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายประเภท โดยมีพื้นที่เพื่อการสับเปลี่ยนหมุนเวียนของกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะ การจัดแสดงผลงานศิลปะ แต่ยังรวมถึง ภาพยนตร์ ละคร-เวที ดนตรี วรรณกรรม และการออกแบบสร้างสรรค์ มีห้องสมุดศิลปะ ตลอดจนพื้นที่สำหรับร้านค้า ร้านอาหาร และร้านกาแฟ สร้างบรรยากาศของการพักผ่อนหย่อนใจให้กับผู้รักงานศิลป์

 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เสริมการสร้างวัฒนธรรมใหม่ ในสังคมแห่งปัญญา อันนำไปสู่ทิศทางใหม่ของศิลปวัฒนธรรมต่อไป


แผนที่ หอศิลปวัฒธรรม กรุงเทพมหานคร

แผนที่ หอศิลปวัฒธรรม กรุงเทพมหานคร

ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน หัวมุม ถ.พระราม 1 และ ถ.พญาไท ตรงข้ามห้างมาบุญครอง และ สยามดิสคัฟเวอรี่ มีทางเดินเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
939 ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทรศัพท์ 02 214 6630-1 โทรสาร 02 214 6632
อีเมล bkkart@yahoo.com

 

โรงแรมในไทย

- จองโรงแรมออนไลน์ รีสอร์ท ที่พัก ในไทย รับบริการจองโรงแรม รีสอร์ท ที่พักในราคาพิเศษ

กรุงเทพ  ภูเก็ต  เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี  พัทยา  เชียงใหม่  กระบี่  หัวหิน / ชะอำ  เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี  เกาะช้าง / ตราด  เกาะพีพี กระบี่

Be the first to comment - What do you think?

Posted by thailand travel guide

Categories: Thailand Travel Guide

Tags: , , , , ,

บ้านสวนริมน้ำ อยุธยา

บ้านสวนริมน้ำ อยุธยา

บ้านสวนริมน้ำ อยุธยา

ถ้าจะพูดถึงทิวทัศน์กรุงเก่าอย่างพระนครศรีอยุธยา คงจะทำให้ใครหลายคน วาดฝันถึงบ้านสวย บรรยากาศชวนฝันติดริมสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

บ้านสวนริมน้ำ ที่บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ พรรณไม้นานาชนิด และที่สำคัญการจัดสวนที่นี่เขาไม่เหมือนใคร เพราะว่าที่นี่เขาปลูกผัดสวนครัว พืชผักไร้สารพิษพร้อมพืชสมุนไพรไว้มากมายโดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกนำไปประกอบอารหารได้ ในการตกแต่ง บวกกับความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยา ที่ประยุกต์ความเป็นไทย และการบริการด้านสุขภาพเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาพัก ได้เห็นถึงความเป็นไทย และเรียนรู้ถึงคุณค่าของเมืองโบราณ กรุงเก่าอย่างอยุธยาของเรานั่นเอง

บ้านสวนริมน้ำ อยุธยา

ต้นไม้ที่ปลูกภายในรีสอร์ทเป็นต้นไม้ไทยไทยแทบทั้งสิ้น เรือนพักตกแต่งแบบศิลปะอยุธยาโดยอาจารย์ดุลพิชัย โกมลวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะสมัยอยุธยา ขณะนี้มีจำนวนห้องพัก 11 ห้องคือห้องริมฝั่งน้ำ, ชิดชล, สายชล, เจ้าพระยา, ศรีชล, เรือนกระดังงา, เรือนลีลาวดี, อยุธยา, สายธารา,ชมบัว และห้องยลนที

 

เรือนนวดเพื่อสุขภาพ

เรือนนวดเพื่อสุขภาพโดยใช้สมุนไพร

สปาหม้อเกลือ ที่คนโบราณมีความเชื่อว่าทำให้มดลูกของคุรแม่หลังคลอดเข้าอู่ได้เร็วขึ้น และกำลังเป็นที่นิยมของสาวๆ ที่ต้องการลดส่วนเกิน และอยากมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพราะนอกจากจะได้หุ่นสวยเพรียวแล้ว การทำสปาหม้อเกลือ ยังช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีอีกด้วย

 

การแสดงจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

บ้านสวนริมน้ำ อยุธยา

รีสอร์ทริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งยังคงอนุรักษ์สถานที่แบบบ้านสวนริมน้ำพร้อม สิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัย ล้อมรอบด้วยบรรยากาศสวนธรรมชาติ

การเดินทาง

โดยใช้เส้นทางทางด่วนอุดรรัถยาซึ่งเป็นเส้นทางที่เดินทางสะดวกที่สุด ขึ้นทางด่วนอุดรรัถยาลงสุดทางด่านเก็บเงินบางปะอิน ขึ้นทางโค้งสูงใช้เส้นทางซ้ายสุดโดยไปตามป้าย อ.บางปะอิน และป้ายพระราชวังบางปะอิน วิ่งมาได้สักครู่จะเห็นสะพานข้ามแม่น้ำ(ไม่ต้องข้ามแม่น้ำ)เบี่ยงเข้าเส้น ทางด้านซ้ายมือเพื่อมุ่งตรงลอดใต้สะพาน ก่อนถึงทางโค้งใต้สะพานจะเห็นทางซ้ายมือมีศาลาพัก ข้างศาลามีป้าย บ้านสวนริมน้ำ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็ก ๆ ตรงป้าย เข้าไปจนสุดทางเลี้ยวขวาเข้าประตูได้เลย

ท่านสามารถสัมผัสบรรยากาศได้ที่บ้านสวนริมน้ำแห่งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ 081-5538744 โทรสาร 02-319-3540

source: รายการสโมสรสุขภาพ, บันทึกการเดินทาง นายสุขใจ

YouTube Preview Image

1 comment - What do you think?

Posted by thailand travel guide

Categories: Thailand Travel Health

Tags: , , , , , , ,

โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคหลอดเลือดหัวใจ

Coronary Artery Disease:CAD or Atherosclerotic Heart Disease

โรคหัวใจที่เกิดจากการตีบและแข็งตัวของหลอดเลือดแดงโคโรนารี (coronary artery) ทำให้เลือดไปเลี้ยงที่กล้ามเนื้อหัวใจลดลงหรือชะงักไป

เมื่อผู้ป่วยมีภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจต้องการออกซิเจนมากขึ้นเช่น การออกกำลังกายมากๆ การมีอารมณ์โกรธหรือจิตใจเครียด เป็นต้น ก็จะทำให้มีอาการเจ็บหน้าอกเป็นครั้งคราวโดยที่ยังไม่มีการตายของกล้ามเนื้อ หัวใจเกิดขึ้น เราเรียกอาการดังกล่าวว่า โรคหัวใจขาดเลือดชั่วขณะ หรือ แองจินา (Angina/Angina pectoris)

แต่ถ้ากล้ามเนื้อหัวใจมีการตายเกิดขึ้นบางส่วน เนื่องจากหลอดเลือดโคโรนารีเกิดการอุดตัน เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้เลย ก็จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง ซึ่งมักจะมีภาวะช็อกและหัวใจวายรวมอยู่ด้วย เราเรียกว่าโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย (Myocardial Infarction: MI)

โรคนี้มักจะพบได้มากขึ้นตามอายุ ส่วนมากจะมีอาการเริ่มแรกเมื่ออายุมากกว่า40ปีขึ้นไป มักไม่พบในผู้ชายอายุต่ำกว่า30ปี หรือผู้หญิงอายุต่ำกว่า40ปีที่ไม่มีโรคประจำตัวอยู่ก่อน พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คนที่อยู่ดีกินดี คนที่มีอาชีพทำงานนั่งโต๊ะและคนในเมืองมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าคนยากจน คนที่มีอาชีพใช้แรงงานและชาวชนบท

เกิดจากมีการตีบตันของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ (หลอดเลือดโคโรนารี) ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ มักเป็นผลมาจากผนังของหลอดเลือดแข็งเนื่องจากมีไขมันเกาะ ดังที่เรียกว่า อะเทอโรสเคลอโรซิส (Atherosclerosis) ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความเสื่อมของร่างกายตามวัย

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่อาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งเร็วขึ้น เช่น ภาวะไขมันในเลือดสูง ความอ้วน การสูบบุหรี่จัด การขาดการออกกำลังกาย, โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, โรคเกาต์, การกินยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นต้น ผู้ป่วยบางรายอาจมีประวัติว่ามีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย

ในรายที่เป็นโรคแองจินา (หัวใจขาดขาดเลือดชั่วขณะ) จะมีอาการเจ็บหรือจุกแน่นที่ตรงกลางหน้าอกหรือยอดอกซึ่งมักจะเจ็บร้าวมาที่ไหล่ซ้าย ด้านในของแขนซ้าย บางคนอาจร้าวมาที่คอ ขากรรไกร หลัง หรือแขนขวา บางคนอาจรู้สึกจุกแน่นที่ใต้ลิ้นปี่ คล้ายอาการอาหารไม่ย่อยหรือท้องอืดท้อง เฟ้อ ผู้ป่วยมักมีอาการเวลาออกแรงมาก ๆ เช่น ยกของหนัก เดินขึ้นที่สูง ออกกำลังแรง ๆ ทำงานหนัก ๆ แบบที่ไม่เคยทำมาก่อน มีอารมณ์โกรธ ตื่นเต้น ตกใจ เสียใจ หรือจิตใจเคร่งเครียด ขณะร่วมเพศ หลังกินข้าวอิ่มจัด หรือเวลาถูกอากาศเย็น ๆ

ผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง เป็นไข้ หรือหัวใจเต้นเร็ว (เช่น หลังกินกาแฟ หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคคอพอกเป็นพิษ) ก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคนี้ได้ อาการเจ็บหน้าอก มักจะเป็นอยู่นาน 2-3 นาที (มักไม่เกิน 10-15 นาที) แล้วหายไปเมื่อได้พักหรือหยุดกระทำสิ่งที่เป็นสาเหตุชักนำ หรือหลังจากได้อมยาขยายหลอดเลือด เช่น ไนโตรกลีเซอรีน นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการใจสั่น เหนื่อยหอบ เหงื่อออก เวียนศีรษะ คลื่นไส้ร่วม ด้วย ส่วนผู้ป่วยที่มีความรู้สึกเจ็บหน้าอกแปล็บ หรือรู้สึกเจ็บเวลาก้มหรือเอี้ยวตัว หรือรู้สึกเจ็บอยู่ตลอดเวลา (เวลาออกกำลังกายหรือทำอะไรเพลินแล้วหายเจ็บ) มักไม่ใช่โรคแองจินา

ในรายที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย จะมีอาการเจ็บหน้าอกในลักษณะเดียวกับโรคแองจินา แต่จะเจ็บรุนแรงและนาน แม้จะได้นอนพักก็ไม่ทุเลา ผู้ป่วยจะรู้สึกอ่อนเพลีย ใจสั่น หน้ามืด วิงเวียน คลื่นไส้อาเจียน ถ้าเป็นรุนแรง จะมีอาการหายใจหอบเหนื่อย เนื่องจากมีภาวะหัวใจวาย หรือเกิดภาวะช็อก คือเหงื่อออก ตัวเย็น ชีพจรเต้นเบาและเร็ว ความดันเลือดตก หรือชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ ผู้ป่วยบางคนอาจหมดสติ หรือเสียชีวิตในทันทีทันใด บางคนอาจมีประวัติว่า เคยมีอาการเจ็บหน้าอกเป็นพัก ๆ นำมาก่อนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ บางคนอาจไม่มีอาการเจ็บหน้าอกมาก่อนเลยก็ได้

การป้องกันการเกิดโรคหัวใจ

ถ้ามองย้อนกลับไปที่ต้นตอของปัญหาว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบ และเกิดภาวะ อุดตันขึ้น ก็จะขอเรียกว่าเป็น ปัจจัยเสี่ยง หรือ Risk factors ซึ่งตามตำราทางการแพทย์ได้พิสูจน์ทราบอย่างชัดเจนไว้ดังนี้คือ

1. ภาวะความดันโลหิตสูง
2. ภาวะคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง และไขมันดี HDL ต่ำ
3. การสูบบุหรี่
4. โรคเบาหวาน
5. เพศชายที่อายุมากกว่า 45 ปี หรือหญิงที่อายุเกินกว่า 55 ปี หรือวัยหมดประจำเดือน
6. ประวัติโรคหัวใจในครอบครัว

จะเห็นได้ว่าปัจจัยเสี่ยงบางประการพอจะป้องกันได้ พอจะบรรเทาเบาบางได้ เช่น 3-4 ข้อแรก แต่สองข้อหลังคงแก้ไขอะไรไม่ได้แน่นอน ต่อไปก็จะได้ขยายความเป็นลำดับ
เริ่มกันที่ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) ความดันโลหิตหรือแรงดันเลือด (Blood pressure) ก็คือ แรงดันในหลอดเลือดที่เกิดขึ้นซึ่งประกอบไปด้วย ช่วงหัวใจบีบตัว (systolic) และหัวใจคลายตัว (Diastolic) เวลาแพทย์หรือพยาบาลวัดความดัน แล้วบอกคนไข้ว่าวัดความดันได้ 120/80 มม.ปรอท ก็คือ ความดัน Systolic (บีบตัว) = 120 มม.ปรอท และความดัน Diastolic (คลายตัว) = 80 มม.ปรอท นั่นเอง ความดันที่ว่านี้มีความสำคัญที่จะคอยดันสารน้ำและเม็ดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ต่ำมากไปก็ไม่มีกำลัง หรือเป็นลมได้ ถ้าสูงมากเกินไปก็อาจเกิดหลอดเลือด โดยเฉพาะที่สมอง แตก หรือตีบได้

สำหรับ ที่เส้นเลือดหัวใจก็เกิดเรื่องได้เช่นกัน ความดันโลหิตสูงที่เป็นนานๆ ก็จะไปทำลายเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด ดังทีได้กล่าวถึงตอนต้น ทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพ และแข็งตัว ในที่สุดก็เกิดการตีบตัน

ถ้า หากมีก้อนไขมันที่ผนังหลอดเลือด ความดันโลหิตที่สูงมาก ก็อาจทำให้เกิดการแตกของก้อนไขมันอย่างเฉียบพลัน และเกิดการก่อตัวของลิ่มเลือด จนเป็นเหตุให้หลอดเลือดอุดตันตามมาดังที่กล่าวข้างต้น

สิ่งที่ต้อง คำนึงถึงก่อนอื่นคือ ความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่อาจไม่แสดงอาการอะไรเลยก็ได้ เรียกว่า ถ้าไม่ตรวจก็ไม่ทราบ การตรวจที่ว่าก็เพียงใช้เครื่องวัดความดันโลหิต ถ้าวัดซ้ำ ๆ กันสองสามครั้งแล้วสูงเกิน 140/90 มม.ปรอท ก็ต้องเริ่มระมัดระวังตัว ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงประเภทที่ความดันโลหิตสูงจนเส้นโลหิตสมองแตก หรือหัวใจโตมากแล้ว ประเภทนี้ต้องรักษากันเต็มที่อยู่แล้ว แต่ประเภทที่สูงไม่มาก หรือไม่อยากกินทานหาหมอเป็นพัก ๆ ตามอารมณ์ นี่สิน่าวิตก ประเภทนี้มีมาก

ความดันโลหิตสูงที่เกิดขึ้นประมาณ 95% เป็นประเภทที่ ไม่ทราบสาเหตุ (Essential hypertension) จนปัจจุบันนี้ก็ยังบอกได้ไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุกันแน่ เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเชื้อชาติ กรรมพันธุ์ สารอาหาร เกลือแร่ต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเกิดจากอะไร ถ้าจะปฏิบัติตัวหรือรักษาก็จะมีการรักษาอยู่สองประเภท เรียกว่า การรักษาด้วยยา (Pharmacologic treatment) ซึ่งคงต้องฟังจากแพทย์ผู้ดูแลเป็นหลัก และอีกประเภทคือ การรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา (non pharmacologic treatment) ฟังดูแล้วน่าสนใจทีเดียว เพราะเวลาก็ไม่ต้องเสีย(นั่งรอหมอตรวจ) เงินก็ไม่ต้องใช้ (อาจใช้บ้าง) จะมีอะไรกันบ้างคงต้องอาศัยตามคำแนะนำของสมาคมแพทย์โรคหัวใจของอเมริกา (American heart association) เป็นหลัก ซึ่งแนะนำไว้ดังนี้

1 ลดอาหารเค็ม คิดเป็นปริมาณเกลือในอาหารให้น้อยกว่า 6 กรัม ประมาณช้อนชากว่าเล็กน้อย ต้องรวมอาหารที่มีเกลือ หรือความเค็มแฝงอยู่อื่น ๆ ด้วย เช่น อาหารทะเล ผลไม้ดอง อาหารสำเร็จต่าง ๆ ถ้าจะเอาให้สั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือ ไม่ควรเติมเกลือ เติมน้ำปลา ในอาหารที่รับประทาน

2 ออกกำลังพอประมาณ ที่ว่านี้ไม่ใช่ต้องไปวิ่งมินิมาราธอน หรือเล่นกีฬาอย่างหนักเป็นชั่วโมงแล้วเลิกไปเป็นอาทิตย์ ๆ ที่จำง่าย ๆ คือ เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ครั้งละประมาณ 30-40 นาที อาทิตย์หนึ่งประมาณ 3-4 วัน

3 เลี่ยงรับประทานอาหารไขมันอิ่มตัวและคลอเลสเตอรอลสูง ควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง มีแร่ธาตุสารอาหารที่จำเป็นโดยเฉพาะโปแตสเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งก็มักจะได้จากอาหารประเภทธัญญพืช ผลไม้ ข้าวกล้อง ถั่ว งา เป็นต้น

4 พักผ่อนทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ลดความเครียดในทางที่ถูกต้อง เช่น ทำสมาธิ การรู้จักสร้างอารมณ์ขัน การปล่อยละวางอย่างเหมาะสม

5 ลดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ให้พอประมาณ ที่ว่าก็คือ คนที่ไม่เคยดื่มก็ไม่ต้องไปหัดดื่ม แต่คนที่เคยดื่มมากควรต้องลดปริมาณลง โดยมีหลักดังนี้
วิสกี้ ไม่เกิน ¼ แก้ว/วัน เบียร์ไม่เกิน 1 ขวด/วัน ไวน์ไม่ควรเกิน 1 กระป๋อง (250 ซีซี/วัน)

6 ลดน้ำหนักในกรณีที่น้ำหนักเกิน

7 ข้อสุดท้ายคือ หยุดสูบบุหรี่ ศัตรูตัวฉกาจของหัวใจนั่นเอง

ทั้ง 7 ข้อที่กล่าวมา ก็ดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเย็นสำหรับคนที่มีความตั้งใจจริง แต่ที่สำคัญมีข้อแม้ว่าจะต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนเป็นกิจวัตร เพราะผลดีที่จะเกิดต้องอาศัยเวลา
 

YouTube Preview Image

Be the first to comment - What do you think?

Posted by thailand travel guide

Categories: Health Care

Tags: ,

อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน-จัน

อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน-จัน

อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน-จัน

Chang-Eng Siamese Twins Memorial

แฝดสยามอิน-จัน เป็นฝาแฝดที่มีร่างกายท่อนบนติดกัน เกิดที่จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2354 (ค.ศ. 1811 ) เรื่องราวของแฝดสยามอิน-จัน ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปทั่วโลกในชื่อ “Siamese Twin” เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2371-2372 (ค.ศ. 1828-1829) กัปตันคอฟฟินและฮันเตอร์ได้เดินทางมาติดต่อการค้าที่แม่กลอง และได้พบกับฝาแฝดคู่นี้จึงขอนำกลับไปที่ประเทศอเมริกาและอังกฤษ เพื่อเปิดการแสดงในที่ต่างๆ แฝดสยามอิน-จัน สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติยาวนานจนถึงอายุ 63 ปี

ตั้งอยู่ตำบลลาดใหญ่ ริมถนนเอกชัย (ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 4 กม.) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแด่ฝาแฝดสยามอิน-จันที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ไทยไปทั่วโลก ภายในบริเวณเป็นลานกว้างประดับด้วยต้นไม้ดอกไม้ อนุสรณ์แฝดสยามอิน-จันตั้งอยู่กลางลาน ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอาคารโถงจัดแสดงชีวประวัติของแฝดสยามอิน-จัน "แฝดสยามอิน-จัน" เกิดที่จังหวัดสมุทรสงครามเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2354 (ค.ศ. 1811) ประมาณปี พ.ศ. 2371-2372 (ค.ศ. 1828-1829) กัป ตันคอฟฟินและฮันเตอร์เดินทางมาติดต่อการค้าที่แม่กลอง พบฝาแฝดคู่นี้จึงขอนำกลับไปอเมริกาและอังกฤษ เพื่อเปิดการแสดงในที่ต่างๆ เรื่องราวชีวิตของแฝดสยามอิน-จัน ฝาแฝดที่มีร่างกายท่อนบนติดกันและสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติยาวนานจน ถึงอายุ 63 ปี ได้รับการกล่าวขานทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อ “Siamese Twin”

ในอาคารโถงเดียวกันนอกจากชีวประวัติแฝดสยามแล้ว ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็น พิพิธภัณฑ์เรือ รวบรวมเรือพื้นบ้านหลายชนิดมาจัดแสดงไว้เพื่อให้เป็นที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยว กับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวแม่กลอง พิพิธภัณฑ์เรือเปิดตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 08.00-12.00 น . สอบถามรายละเอียด โทร. 0 3471 1333

YouTube Preview Image

Be the first to comment - What do you think?

Posted by thailand travel guide

Categories: Thailand Travel Guide

Tags: , , , ,

บ้านเขายี่สาร

บ้านเขายี่สาร

Bann khao Yisan

คำว่า " ยี่สาร" แปลว่าตลาด เพี้ยนมาจากคำว่า บาซาร์ (Barzaar) ในภาษาเปอร์เซีย คำนี้มีมานานในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีชื่อ เจ้าฟ้ากรมขุนยี่สารสรณี ซึ่งคือชายาของเจ้าฟ้า

วัดเขายี่สารเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน วัดแห่งนี้สร้างในสมัยพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา ราว พ.ศ.2246 ได้รับการบูรณะสมัยรัชกาลที่4-5 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระอุโบสถเป็นศิลปะสมัยอยุธยา ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามอยู่ภายในโบสถ์และในวิหารด้วย ที่สำคัญคือบานประตูพระวิหารแกะสลักลวดลายสวยงาม เชื่อว่าเป็นฝีมือช่างปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา

ธรรมธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ตามหลักฐานทางโบราณคดีมีการขุดค้น ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีมีอายุของโบราณวัตถุสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา บริเวณเขายี่สารมีเวิ้งน้ำเรียกว่า “อู่เรือสำเภา” แสดงว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การพักเรือสำเภา บ้านเขายี่สารจึงกลายเป็นชุมชนที่เป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทางจากกรุงศรีอยุธยาผ่านกรุงเทพฯ ผ่านแม่กลองไปเพชรบุรี นครศรีธรรมราช และเป็นเส้นทางค้าขายออกสู่ทะเลไปยังประเทศต่างๆ เช่น จีน ชวา อินเดีย หรือแม้แต่ยุโรป

หมู่บ้านเขายี่สารตั้งอยู่ที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ชุมชนบ้านเขายี่สารเป็นหมู่บ้านที่มีกลุ่มคนอยู่อาศัยสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อกันว่าเป็นหมู่บ้านที่มีอายุยืนยาวมาไม่น้อยกว่า 800 ปี ราวต้นสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือพุทธศตวรรษที่19 ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านยี่สารยังสงบร่มเย็น และสืบทอดวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบชาวบ้าน น่าสนใจและน่าไปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยิ่ง

การไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเขายี่สาร นอกจากการชมภูมิประเทศหมู่บ้านและผู้คนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและอัธยาศัยดี งาม ชมวัดที่มีศิลปะอันทรงคุณค่าที่มีอยู่ในวัดแล้ว ชาวบ้านยังได้ร่วมกันจัดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นซึ่งควรได้รับการยกย่องสรรเสริญ เพราะนอกจากจะแสดงเรื่องราวความเป็นมาอันภาคภูมิใจของหมู่บ้าน เป็นแหล่งความรู้สำหรับเยาวชนของหมู่บ้านและคนทั่วไป ยังแสดงให้เห็นพลังแห่งความสามัคคีร่วมใจกัน

พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สารจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาของการจัดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กำลังสำคัญคนหนึ่งในหลายคนในการจัดทำพิพิธภัณฑ์ คือ อาจารย์สิริอาภา รัชตะหิรัญ แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นคนที่เกิด ณ.บ้านเขายี่สาร เป็นชาวเขายี่สารเต็มตัว

ในพิพิธภัณฑ์ได้นำวัตถุสิ่งของมาจัดแสดงไว้เป็นหมวดหมู่ แสดงประวัติ เรื่องราว และวิวัฒนาการของชุมชนบ้านเขายี่สาร รวมทั้งจำลองภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้านเขายี่สารเกือบครบทุกแง่มุม

การเดินทางไปบ้านเขายี่สาร

เส้นทางที่1 เดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ไปตามถนนสายธนบุรี-ปากท่อ พอผ่านจังหวัดสมุทรสงครามข้ามแม่น้ำแม่กลองไปประมาณ 3-4 กิโลเมตร ถึงปั๊มน้ำมัน ปตท. ก่อนถึงคลองโคนจะมีถนนด้านซ้ายมือแยกไปบ้านเขายี่สาร ระยะทางประมาณ 7.5 กิโลเมตร

เส้นทางที่2 เดินทางโดยทางรถไฟสายใต้ ลงที่สถานีรถไฟวัดกุฏิแล้วลงเรือไปตามคลองยี่สาร

เส้นทางที่3 ถ้าจะไปทางเรือจากอัมพวาหรือแม่กลอง (จังหวัดสมุทรสงคราม) ไปตามคลองขุดดอนจัน เข้าคลองบางลี่หรือคลองชุมชนชื่นก็จะออกที่บ้านเขายี่สาร

เส้นทางที่4 เส้นทางนี้ขอแนะนำว่าควรไปอย่างยิ่งเพราะได้ชมทั้งปากน้ำแม่กลอง ทะเล และปากทางจากทะเลเข้าไปตามคลองเข้าสู่บ้านเขายี่สาร การเดินทางลงเรือที่ท่าเรือวัดหลวงพ่อบ้านแหลม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ล่องเรือดูภูมิประเทศสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ออกสู่ปากอ่าวแม่กลอง ชมชีวิตชาวประมง การเลี้ยงหอยแคลง หอยแมลงภู่ ป่าชายเลน ทะเลตม ชุมชนบ้านตะบูน เข้าคลองขุดยี่สาร เข้าถึงหมู่บ้านเขายี่สาร

YouTube Preview Image

Be the first to comment - What do you think?

Posted by thailand travel guide

Categories: Thailand Travel Guide

Tags: , , ,

Next Page »