พาพ่อแม่ออกเดินทางท่องเที่ยว

4 ข้อควรทำเมื่อพาคุณพ่อคุณแม่ออกเดินทางท่องเที่ยว
การเดินทางท่องเที่ยวกับคนในครอบครัว จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของสมาชิกในบ้านให้แนบแน่นและอบอุ่นมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อถึงเวลาเดินทาง ความแตกต่างระหว่างวัยก้มักเป็นอุปสรรคในการเดินทางท่องเที่ยว เช่นคุณอาจต้องกินอาหารก่อนเวลาหิวปกติไปสักนิด ทัศนคติที่แตกต่างกันมากอยู่สักหน่อย หรืออาจจะรวมถึงการเก็บรายละเอียดแหล่งท่องเที่ยวที่ท่านสนใจ แต่คุณไม่สน !
ดังนั้น เมื่อต้องเดินทางกับคุณพ่อ คุณแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว คุณน่าจะได้รู้คู่มือการเดินทางกับผู้ใหญ่ทั้ง 4 ข้อนี้เอาไว้คือ
1. จัดการเวลาของคุณให้เรียบร้อย และวางแผนท่องเที่ยวร่วมกัน กฏข้อแรกคือ ควรจัดการตารางนัดของคุณให้เรียบร้อย และแม้จะเป็นคนในครอบครัว ก็ห้ามผิดนัดเด็ดขาด และหากพวกท่านเป็นคนเลือกสถานที่ท่องเที่ยวด้วยตัวเอง คุณควรมีส่วนร่วมในการหาข้อมูลและศึกษาถึงข้อดีข้อเสียของสถานที่ และวิธีการเดินทาง ซึ่งผลที่ได้คือต่างฝ่ายต่างพอใจกันคนละครึ่งทาง
2. อย่าลืมข้อจำกัดของคุณพ่อคุณแม่ บางท่านอาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพ บางท่านอาจชินกับการเข้านอนแต่หัวค่ำ และตื่นเช้า หรืออาจจะปวดปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ การวางแผนเตรียมแก้ไขปัญหาไว้ล่วงหน้าสักนิด จะช่วยลดปัญหาน่าปวดหัวที่อาจจะตามมาภายหลัง
3. หัด เชอร์ไพรส์ และอย่าทำตัวน่าเบื่อเป้นอันขาด นอกจากนี้คุณอาจทำบางสิ่งที่ทำให้ท่านมีความสุขและประทับใจเพิ่มขึ้นบ้าง เช่น การจัดงานวันเกิดนอกสถานที่ ซื้อของระลึกที่ท่านถุกใจ หรือสร้างบรรยากาศพิเศษให้กับมื้ออาหาร เป็นต้น
4. จัดโปรแกรมให้มีเวลาส่วนตัวสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการเดินทางที่กินเวลาหลายวัน ทุกคนมีช่วงเวลาส่วนตัว เพื่อทำกิจกรรมที่สนใจส่วนตัว
9 ขั้นสู่อายุยืนแบบมีสุข

9 ขั้นสู่อายุยืนแบบมีสุข
1. การพักผ่อน การพักผ่อนและนอนหลับเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การพักผ่อนที่ดีช่วยให้เกิดสมาธิ อาจหาเวลาว่างวันละ 10-15 นาที นั่งเฉยๆ โดยไม่ทำอะไร ทำงานอดิเรกที่ชอบทั้งอ่านหนังสือ ฟังเพลง เดินเล่น ยืดเส้น ยืดสาย และอาจหาเวลางีบหลับตอนกลางวันซัก 10-20 นาที และควรเข้านอนแต่หัวค่ำ หลับให้สนิทอย่างน้อยคืนละ 7 ชั่วโมง
2. พฤติกรรมการกิน กินอาหารให้อิ่ม ไม่กินอิ่มมากเกินไป และลดอาหารที่ให้พลังฟุ่มเฟือย เช่น ของหวาน และของขบเคี้ยวที่มีไขมันและให้พลังงานสูงเพราะเกินความจำเป็นร่างกายต้องการ
การกินชะลอวัยสามารถทำได้ด้วยการกินอาหารสดใหม่ กินข้าวซ้อมมือ กินผัก ผลไม้ให้มากที่สุด ถั่วและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลาย รวมทั้งธัญพืชไม่ขัดสี งดของหมักดองเพราะมีโซเดียมสูง หากกินมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นความดันสูง และมะเร็ง
3. ออกกำลังกาย ออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดฝอยมากขึ้น ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อ การออกกำลังกายที่ดีอย่างหนึ่งคือการเดิน การเดินที่เป็นการออกกำลังกายควรเดินให้ได้อย่างน้อยวันละ 45 นาที และเดินเป็นประจำ 5 วันต่อสัปดาห์ การเล่นโยคะ หรือไทชิเพื่อสร้างความแข็งแรง และยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ
Read more…
โรคติดต่อช่วงฤดูฝน

โรคติดต่อควรระวัง ช่วงฤดูฝน
สภาพอากาศช่วงฤดูฝน ที่ทำให้โรคหลายชนิดแพร่ระบาดได้ง่าย และรวดเร็ว
โรคไข้เลือดออก
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัสแดงกิว ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ส่วนใหญ่จะพบในเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก้เป็นโรคนี้ได้ เกิดจากการที่ยุงลายกัดคนที่เป็นไข้เลือดออกและนำโรคมาสู่ผู้อื่น
อาการของโรค มีไข้สูง 2-7 วัน แม้ให้ยาลดไข้ มีหน้าแดง ปวดศีรษะ มีอาการไอ หรือมีน้ำมูกไหลเล้กน้อยในบางราย เบื่ออาหาร อาเจียน ปวดท้อง จะตรวจพบจุดเลือดออกจากการรัดแขนและพบความผิดปกติจากการตรวจเลือดได้ตั้งแต่วันที่ 3 ของอาการไข้ อาจมีเลือดกำเดาออก อาเจียนเป้นเลือดหรือถ่ายอุจจาระเป้นสีดำ ไข้มักจะลงในวันที่ 4-5 และอาจมีภาวะช้อกร่วมได้ ดดยจะมีอาการกระสับกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ไม่ปัสสาวะ
การป้องกัน กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ ยุงลายและลูกน้ำยุงลาย โดยคว่ำภาชนะที่ไม่ได้ใช้และมีน้ำขัง เพื่อไม่ให้ยุงลายวางไข่ หรือเปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน กำจัดยุงลายโดยพ่นสารเคมีและในระยะที่มีการระบาดหรือมีเด็กที่ป่วยเป็นโรคในละแวกบ้าน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อดำเนินการพ่นยาต่อไป อย่าให้ยุงกลางวันกัด
Read more…
โรคเบาหวานแฝง
โรคเบาหวานแฝง
Hidden Diabetes
โรคเบาหวานชนิดนี้ เป็นเบาหวานชนิดที่ไม่สามารถตรวจเจอได้ โดยการตรวจสุขภาพทั่วไป เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะหลังจากรับประทานอาหาร เนื่องจากตับอ่อนผลิตอินซูลินได้น้อย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเช่นเดียวกับเบาหวานทั่วไป แต่ที่แตกต่างไปจากนั้นก็คือ เมื่อเป็นโรคเบาหวานแฝง อินซูลินจะทำหน้าที่บกพร่องเพียงแค่ตอนหลังรับประทานอาหารเท่านั้น หลังจากที่อินซูลินหลั่งออกมา ก็จะเสื่อมสภาพในการทำงาน เพียงแค่ประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม และมีภาวะเสี่ยงอย่างมากต่อการเป็นโรคเบาหวานในอนาคต
หลอดเลือดลำคออุดตัน

หลอดเลือดลำคออุดตัน
โรคนี้เกิดจากการที่เส้นเลือดที่ไหลเวียนบริเวณสมองตลอดจนถึงลำคอ เกิดการอุดตัน ทำให้ระบบการทำงานของสมองเกิดความผิดปกติ
โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน หรือ Stroke เกิดจากภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะมีการอุดตันของเส้นเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ ส่งผลให้สมองขาดเลือด อยู่ในภาวะที่ทำงานไม่ได้ อาการเบื้องต้นที่พบบ่อย เช่น ตาพร่ามัวมองเห็นภาพซ้อน มีอาการชาครึ่งซีก อ่อนแรงและหน้าเบี้ยว หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย พูดลำบาก หรือฟังไม่เข้าใจ เวียนศีรษะ การทรงตัวไม่ดี เดินเซ กลืนลำบาก ปวดศีรษะ (บางครั้งจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง) ซึ่งอาจจะแสดงอาการออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีอาการหลายอย่างพร้อมกัน ส่วนใหญ่มักเกิดในกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่กำลังสร้างสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ เพื่อให้การรักษาและวินิจฉัยโดยด่วน ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาและสามารถกลับคืนมาเป็นปกติใน 24 ชั่วโมง เรียกว่า TIA (Transient Ischemic Attack) หรือ Mini stroke
สาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน เกิดจากการมีไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือดด้านในหลอดเลือดสมอง หรือมีลิ่มเลือดขนาดเล็กที่ลิ้นหัวใจและผนังหัวใจ หลุดลอยตามกระแสเลือดไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง ซึ่งมักพบในผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจโต ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว ผนังหัวใจรั่ว หรือเกิดจากการฉีกของผนังหลอดเลือดด้านในทำให้เส้นเลือดอุดตัน รวมถึงการแข็งตัวของเลือดที่เร็วเกินไป หรือเกร็ดเลือดมากเกินไป ล้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลอดเลือดอุดตันได้





