Bangkok Travel Guide


เทศกาล ไหว้พระจันทร์

เทศกาล ไหว้พระจันทร์

เทศกาลไหว้พระจันทร์
The Chinese Moon Festival
เหตุผลของการเลือกช่วงของการไหว้พระจันทร์ให้อยู่ในช่วงนี้ เนื่องจากว่าในประเทศจีนเป็นช่วงของฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งอากาศก็จะปลอดโปร่งสบาย เมฆก็ไม่มาก เหมาะแก่การชมจันทร์ และพระจันทร์ในช่วงนี้ก็สวยงามมาก
นอกจากนั้น มีความเชื่อกันว่าในคืนวันไหว้พระจันทร์ เป็นคืนที่เจ้าแม่กวนอิม จะสรงน้ำเพื่อเปลี่ยนองค์ทรงเครื่องด้วย
และแน่นอนในเทศกาลนี้ สิ่งที่เราใช้เซ่นไหว้ และขาดไม่ได้เลยนั่นคือ เรื่องของขนมไหว้พระจันทร์
source: รายการ นาย9Society

http://www.youtube.com/watch?v=P7j3SKyFMx8

เทศกาลไหว้พระจันทร์

เทศกาลไหว้พระจันทร์

The Chinese Moon Festival
เทศกาลไหว้พระจันทร์ ชาวจีนโดยปกติจะมีขึ้นในวันที่ 15 (วันเพ็ญ) เดือน 8 (เดือนกันยายน หรือตุลาคม) เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงนี้จัดให้มีขึ้นเพื่อระลึกถึงเทพธิดาแห่งพระจันทร์ ซึ่งเชื่อกันว่าถือกำเนิดขึ้นในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับต้นกำเนิดของเทศกาลนี้ยังคงไม่เป็นที่ ปรากฎแน่ชัด บ้างก็ว่าจักรพรรดิ์วูแห่งราชวงศ์ฮั่นเป็นผู้ริเริ่มการฉลองเพื่อกราบไว้พระ จันทร์เป็นเวลา 3 วันในฤดูใบไม้ร่วงนี้ แต่หลายคนก็แย้งว่า ความจริงแล้วเทศกาลนี้เกิดขึ้นในราวปี พ.ศ.1911 ในช่วงมองโกลยึดครองจีน ขนมเค้กที่ทำขึ้นก็เพื่อซุกซ่อนข้อความลับของพวกกบฎที่มีถึงประชาชนทั่วทั้ง ประเทศให้มาชุมนุมกันครั้งใหญ่ในเดือน 8 นี้ ทหารมองโกลไม่ได้ระแวงถึงจุดประสงค์ของพวกกบฎ เพราะคิดว่าขนมเค้กเหล่านั้นเป็นการทำตามประเพณีดั่งเดิมของชาวจีน ด้วยเหตุนี้ในคืนนั้นเองทหารมองโกลจึงถูกปราบเสียราบคาบหลังจากที่ราชวงศ์ ใหม่คือราชวงศ์ หมิงได้ถูกจัดตั้งขึ้นแล้ว ประเพณีนี้ก็ถือปฏิบัติกันมาจนถึงทุกวันนี้
นอกจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เหล่านี้แล้ว ก็ยังมีนิทานและตำนานอีกหลายเรื่อง หนึ่งในจำนวนนี้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับนางเสี้ยงหงอ (บ้างก็เรียกฉางอี้) ซึ่งเป็นหญิงที่มีความงดงามมาก นางเป็นภรรยาของขุนนางจีนท่านหนึ่ง หลังจากที่นางทานยาวิเศษเข้าไป นางก็เหาะขึ้นไปอยู่บนพระจันทร์ภายหลังนางกลายเป็นอมตะหลังจากที่ได้ดื่มน้ำ อมฤตของเทพธิดาองค์หนึ่งบนสวรรค์ กล่าวกันว่านางจันทรเทพธิดาเสี้ยงหงอมีน้ำใจเมตตาเอื้ออารีมาก พอถึงฤดูกาลเพาะปลูกนางก็จะประพรมน้ำอมฤตลงมาบนพื้นโลกและนี่ก็นำมาซึ่งความ เจริญรุ่งเรืองแก่ชาวไร่ชาวนาทั้งมวล เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อนางจันทรเทพธิดาชาวนาจึงทำขนมโก๋จากแป้งข้าว เจ้าเพื่อสักการะนางในคืนวันเพ็ญเดือน 8
เนื่องจากว่าโดยปกติประเพณีต่าง ๆ ของชาวจีนจะเกี่ยวของกับการทำอาหารพิเศษ ๆ เพื่อเป็นเครื่องสักการะในวันนั้น แต่ว่าอาหารจีนที่ทำขึ้นในวันไหว้พระจันทร์นี้ไม่ใช่ขนมเค้กอย่างเช่นของ [...]

ถนนเยาวราช

ถนนเยาวราช

ถนนเยาวราช
Thanon Yaowarat
ถนนเยาวราช ที่ชาวต่างชาติเรียกว่า ไชน่าทาวน์ (China Town) มีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ถนนมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นย่านการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นในสมัย รัชกาลของพระบามสมเด็จพระจุลจอมกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อันเนื่องมาจากนโยบายการสร้างถนนที่เจริญแล้ว
เพื่อส่งเสริมการค้าขาย ทำให้มีพระราชดำริที่จะสร้างถนนให้มากขึ้น แรกเริ่มถนนนี้ชื่อ ถนนยุพราช ต่อมาโปรดเกล้าพระราชทานชื่อใหม่ว่า ถนนเยาวราช
และเนื่องจากบริเวณที่จะทำการสร้างถนนมีบ้านเรือนของประชาชน ปลูกอยู่หนาแน่น ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 5 จึงให้ตัดแนวถนนเลี่ยงหลบบ้านเรือนของประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ด้วยเหตุนี้ ถนนเยาวราช จึงโค้งไปมา และถนนที่โค้งไปมานี่เอง ทำให้พิจารณาตามหลักฮวงจุ้ยได้ว่า เข้าลักษณะถูกต้องตามหลักของ ทำเลมังกรทอง เมื่อถนนเยาวราชเปรียบได้กับตัวมังกร จึงทำให้มีผู้คนมาอยู่กันอย่างหนาแน่น เพราะเชื่อกันว่า จะทำมาค้าขึ้น
ถนนเยาวราช มีระยะทางตั้งแต่วงเวียนโอเดียน ถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นส่วนหัวของมังกร และสิ้นสุดที่ ถนนพีระพงษ์ ตัดกับถนนมหาชัย และถนนจักรเพชร เป็นส่วนหางของมังกร และในช่วงกลางของถนนเยาวราช หรือบริเวณท้องมังกร ก็เป็นทำเลที่เหมาะกับการทำธุรกิจด้านอาหารการกิน บริเวณนี้จึง แหล่งรวมอาหารอร่อยสำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร
more info http://th.wikipedia.org/wiki/ถนนเยาวราช

http://www.youtube.com/watch?v=qiKakI4Pju8

ห้องสมุดบ้านอารีย์

ห้องสมุดบ้านอารีย์

ห้องสมุดธรรมะ
ห้องสมุด บ้านอารีย์ มุมเล็กๆ ในกรุงเทพฯ ของเรายังมีที่ให้เราเข้าไปใกล้ชิดธรรมมะกันง่ายขึ้น ที่นี่นอกจากจะมีหนังสือ ธรรมะจากหลากหลายนักเขียนแล้ว ยังมีหนังสือธรรมะที่หายาก เก็บรวบรวมไว้ต่อหลายเล่มให้เราได้เลือกอ่านกันด้วย
นอกจากด้านล่าง จะจัดมุมให้อ่านหนังสือกันแล้ว ด้านบนของที่นี่ยังมีที่ให้เราได้เข้าไปปฏิบัติธรรมด้วย ทั้งสวดมนต์ สนทนาธรรม และนั่งวิปัสนา
จิตใจนั้นก็เหมือนกับร่างกาย ถ้าอยากให้ร่างกายแข็งแรงก็ต้องออกกำลังกาย ถ้าอยากให้ใจได้เคลื่อนไหวบ้าง ธรรมะก็สามารถช่วยออกกำลังใจให้ได้เป็นอย่างดี
ธรรมะนอกจากจะช่วยให้จิตใจเราสงบแล้ว ห้องสมุดบ้านอารีย์ ซึ่งเป็นห้องสมุดสำหรับธรรมะโดยตรง ปัจจุบันหนังสือธรรมะได้เขียนให้เข้าถึงจิตใจคนได้มากขึ้น ศัพท์ง่ายๆ ให้เข้าใจง่ายๆ สิ่งที่เขียน และคำตอบ มันเป็นธรรมะ คือธรรมชาติเพราะเราก็เกิดจากธรรมะ อยู่กับธรรมะ และตายไปกับธรรมะ มันคือธรรมชาตินั่นเอง และเป็นเรื่องที่อยู่ในชีวิตปประจำวัน ของคนเรา
บ้านอารีย์ เริ่มต้นจากการเป็นสถานที่ทำงานของกลุ่มญาติิธรรมที่มีใจอุทิศทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา จากจุดเริ่มที่เป็นสถานที่ทำงานเบื้องหลัง โดยเปิดให้ผู้สนใจอื่นๆ เข้ามาศึกษาสื่อที่นำมารวบรวมเพื่อทำงานนั้น ได้ขยายวงได้ก่อประโยชน์กับชุมชมจนพัฒนาขึ้นเป็นห้องสมุดธรรมะ เป็นแหล่งการเผยแผ่สื่อธรรมะจากสายงานที่เกี่ยวข้องอยู่หลักๆ ได้แก่สื่อธรรมะในแนวทางของ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ หลวงพ่อปราโมทย์ปาโมชฺโช ดังตฤณ และ อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา ฯลฯ
ห้องสมุด บ้านอารีย์
www.baanaree.net

บริการต่าง ๆ โดยทั่วไปใน บ้านอารีย์ (เช่น สปา โยคะ ฯลฯ)
เปิดให้บริการ [...]

พิพิธภัณฑ์บางกอก

พิพิธภัณฑ์บางกอก

Bangkok Folk’s Museum
source: Sideway
พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ ภายใต้ชื่อของ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก
ชื่อ ‘บางกอก’ ซึ่งถูกเรียกตามทัศนะของฝรั่งในที่ดินบริเวณนี้ บ้านโบราณที่ไม่ยอมถูกขายไปเป็นตึกแถวเหมือนอย่างในละแวกเดียวกัน ตามความประสงค์ของ รศ.วราพร สุรวดี พิพิธภัณฑ์นี้เป็นเสมือนตัวแทนในสมัยที่ยังไม่เฟื่องฟู จึงหลงเหลือสิ่งที่บอกถึงความเป็นมาของคนที่นี่ได้เป็นอย่างดีราวกับว่าเป็น พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ราวกับว่ามีคนอาศัยอยู่จริง…
ถนนย่านธุรกิจที่สำคัญของไทยกับวัฒนธรรมที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้ ‘ถนนใหม่’ ซึ่งได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 4 ว่า ‘ถนนเจริญกรุง’ นับเป็นถนนสายวัฒนธรรมที่ทรงเสน่ห์ที่สุดสายหนึ่งของกรุงเทพฯก็ว่าได้ ตลอดระยะทางที่เราเดินลัดเลาะไปเพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างที่ได้ตั้งใจ ไว้ เราจะพบกับแหล่งร้านอาหาร ร้านค้าริมข้างทางที่ยังแสดงถึงความเป็นอยู่ในสมัยนั้น ชาวต่างชาติและชาวไทยที่เดินขวักไขว่เข้าร้านอาหาร บนถนนสายแรกที่สมคำร่ำลือถึงเรื่องความอร่อยแบบต้นตำรับ
จากความจริงที่ว่าบางกอกหรือกรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่แห่งความทันสมัยและ ไม่เคยหลับใหลใครต่อใครต่างก็หลั่งไหลและแวะเวียนกันมาพิสูจน์ว่าจะจริงดัง คำร่ำลือ บ้างก็พูดกันไป เสน่ห์ของนครใหญ่ที่มีความทันสมัยย่อมต้องมีกลิ่นอายและเสน่ห์ของความเป็น ไทยสมัยโบราณที่ซุกซ่อนรอให้เราไปค้นหาอย่างเปิดเผย และวันเดย์ทริปในวันนี้เราก็ได้ค้นพบเสน่ห์ของสถานที่ที่แตกต่างจากภาพที่ เราเห็นกันจนชินตาในถนนสายเก่าอย่างถนนเจริญกรุงเข้าแล้ว
ถึงถิ่นบางรักกับพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
แล้วการเดินทาง (เท้า) ก็มาสิ้นสุดตรงปากซอยทางเข้าเจริญกรุง 43 ซึ่งเดินเข้ามาอีกประมาณ 300 เมตรตามที่อยู่ที่ได้จดมา หากจุดหมายปลายทางของเราอยู่ทางขวามือก็จะพบกับรั้วยาวหน้าบ้าน ขวามือเป็นประตูทางเข้า และซ้ายมือคือป้ายบอกการเดินมาถึง ‘พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก’
เมื่อมาถึงพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกคุณจะพบป้ายหน้าประตูที่บอกให้กดกริ่ง เพื่อขอเข้าชมพิพิธภัณฑ์ พร้อมกับคนเปิดประตูและสุนัขสีขาวหนึ่งตัววิ่งออกมาเห่าต้อนรับ ราวกับว่าเราเป็นแขกที่มาเยือนเจ้าของบ้านหลังนี้ อาการรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ไม่เคยพบคงเกิดขึ้นได้กับทุกคน
ใครจะรู้บ้างว่าย่างก้าวแรกที่เข้าประตูบ้านพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ที่มีพื้นที่สีเขียวอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ [...]