โรคติ่งถุงเนื้ออักเสบ ในลำไส้ใหญ่
พญ จันทร์รุ่ง สิทธิพงศ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ
หลายคนมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ซึ่งยื่นออกมาจากเนื้อเยื่อบริเวณที่บอบบาง ซึ่งเรียกว่า Diverticulum ติ่งถุงเนื้อนี้หากเป็นหลายแห่งในลำไส้ใหญ่ เรียกว่า Diverticulosys ภาวะนี้พบได้บ่อยขึ้นในคนสูงอายุ และหากเกิดการติดเชื้ออักเสบที่ติ่งเนื้อขึ้นมา เรียกว่า โรคติ่งเนื้ออักเสบในลำไส้ใหญ่ หรือ Diverticulitis
อาการของโรค
ติ่งถุงเนื้อที่ปลายลำไส้ใหญ่นี้จะไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย และไม่มีอาการผิดปกติ การที่เรามีอาการ เช่น ท้องผูก มีแก๊สในกระเพาะอาหาร เป็นตะคริวในช่องท้อง หรือเป็นโรคลำไส้แปรปรวน ประสาทลำไส้ (IBS-Irritable Bowel Syndrome) ไม่ได้เกิดจากติ่งถุงเนื้อที่ปลายลำไส้ใหญ่
หากเกิดการอักเสบจะมีอาการดังนี้ ปวดท้องตำแหน่งที่พบบ่อยคือปวดบริเวณท้องน้อยด้านซ้าย เป็นไข้ คลื่นไส้ อาเจียร หนาวสั่น ปวดท้องบีบเกร็ง ไม่ถ่าย ความรุนแรงของโรคขึ้นกับความรุนแรงของ การติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา
สาเหตุของโรค
ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดติ่งถุงเนื้อ แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากการได้รับเส้นใยอาหารต่ำ โดยเฉพาะประชากรในประเทศอุตสาหกรรมพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย แต่พบผู้ที่มีอาการนี้ได้น้อยมากในแถบเอเชียและแอฟริกา ซึ่งประชากรบริโภคผักผลไม้ที่มีเส้นใยสูง
อาการท้องผูกทำให้เกิดการเกร็งบริเวณลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เนื้อเยื่อที่บอบบางโป่งพองออกมากลายเป็นติ่งถุงเนื้อ ส่วนสาเหตุของการติดเชื้อและการอักเสบอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่
การรักษา
รักษาโดยการให้ฉีดยาปฎิชีวนะเข้าไปในเส้นเลือดดำ เพื่อบรรเทาการติดเชื้อและการอักเสบ แต่ถ้ามีอาการรุนแรงมากอาจต้องรับการผ่าตัดเพื่อตัดส่วนที่อักเสบนั้นออกไป
การป้องกันโรค
ไม่ว่าจะมีติ่งถุงเนื้อหรือไม่มี ก็ควรกินอาหารที่มีเส้นใยสูงอย่างสมำ่เสมอ ปริมาณที่เหมาะสมคือ 20-35 กรัมต่อวัน เพื่อช่วยให้ขับถ่ายสะดวก ไม่ทำให้ลำไส้กระทบกระเทือนจากการท้องผูก





