เขื่อนขุนด่านปราการชล
เขื่อนขุนด่านปราการชล
The Royal Initiated Khun dan Prakarnchon Dam
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้พิจารณาก่อสร้าง และพระราชทานนามว่า เขื่อนขุนด่านปราการชล แทนชื่อเดิม เขื่อนคลองท่าด่าน สร้างเสร็จปี พ.ศ. 2547 เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดยาวที่สุดในโลกสามารถกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภค ช่วยป้องกันน้ำท่วม และยังช่วยลดปัญหาดินเปรี้ยวได้อีกด้วย
![]() กังหันน้ำชัยพัฒนา |
![]() ไก่พันธุ์ไข่ในโรงเรียน |
![]() ชาวนากับควาย |
![]() หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ |
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: Khun dan Prakarnchon Dam, นครนายก, เขื่อนขุนด่านปราการชล
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
THE BHUMIRAK DHAMACHART PROJECT
THE ROYAL NATURE CONSERVATION CENTER
เลขที่ 98/1 ม.2 บ.ท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก 26000
เว็บไซท์ : www.bhumirak.com
จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ นครนายก การเตรียมตัวไปเที่ยวครั้งนี้ให้อารมณ์ความรู้สึกต่างจากทุกครั้งเมื่อรู้ ว่าจะได้ไปสัมผัส โครงการพระราชดำริ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ในเขตเขื่อนคลองขุนด่านปราการชล จ.นครนายก อย่างใกล้ชิด ยิ่งได้ปราชญ์มือโปร ปัญญา ปุลิเวคินทร์ อดีตผู้จัดการแบงก์เกษตรฯ ผู้บริหารโครงการลงมือพาแนะนำสถานที่ด้วยตนเอง ความซาบซึ้งถึงแก่นรากการท่องเที่ยวอย่างพอเพียง พร้อมเรื่องราวความทรงจำดีๆ เป็นคุณประโยชน์นานัปการแก่ชนรุ่นหลัง
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ก่อตั้งบนที่ดินส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมูลนิธิชัยพัฒนาและสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเจตจำนงที่จะถวายความจงรักภักดีประกอบกิจกรรมสนองพระราชดำริ โดยมูลนิธิชัยพัฒนาขอพระบรมราชานุญาต ขอใช้ที่ดิน 14 – 2 – 18 ไร่ ตั้งอยู่หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล บ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก
สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปภัมภ์สนับสนุนงบประมาณเพื่อทำการพัฒนาให้เกิดประโยช์แก่ประชาชนทั่วไป โดยจัดทำโครงการศูนย์นิทรรศการการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อแสดงแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาตนเองตามแนว พระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โครงการศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานนามเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2545 โดยเริ่มก่อสร้างดำเนินการก่อตั้งศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติมาตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2545 จัดสรรพื้นที่กว่าี่ 14 ไร่ ให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุด สู่การเป็น “ อาศรมปัญญา ”
จุดชมวิวหน่วยแรก อยู่บริเวณ ระเบียงภูมิทัศน์ ของอาคารทอดสายตาไปโดยรอบ ภาพที่ปรากฏผ่านเรื่องราวจากธรรมชาติรอบพื้นที่สะท้อน แนวคิดและทฤษฎีพัฒนาตนเอง จำลองวิถีเด่นๆ ด้านการเกษตรจากทุกภาค เหนือ ใต้ กลาง สวนกลาง ต้นกล้า เลี้ยงกุ้ง แต่ละศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นมุม หลุมขนมครก หรือ อธรรมปราบอธรรม แปลงหญ้าแฝก แปลงทดลองแก้มลิง บ่อบำบัดน้ำเสีย กังหันน้ำชัยพัฒนา ใช้ธรรมชาติสอนให้รู้จักชีวิตจริง
จุดชมหน่วยที่สองคือ พิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาตนเอง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาคารขนาดกะทัดรัดแต่สามารถให้รายละเอียดแบบครบวงจร ป่า ดิน น้ำ ฝนหลวง กังหันลม ความเชื่อมโยงแห่งวิถีชีวิต บ้าน วัด โรงเรียน ในทางสายกลาง บนรากฐานแห่งความพอเพียง
สัมผัสได้ถึงพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เล่าเนื้อหาผ่านวิดีทัศน์ในห้องจำลองจากธารน้ำบนยอดเขาต้องให้ความชุ่มชื้น แก่ผืนดิน ทางเดียวที่จะรักษาไว้ได้ต้องหยุดบุกรุกต้นน้ำ ด้วยการปลูกหญ้าแฝกคลุมดิน หยุดทำลายธรรมชาติด้วยการรณรงค์ให้ปลูกป่า 3 ป. ปลูกไม้ฟืน ไม้ใช้สอย ไม้ผล นำมาซึ่งประโยชน์ 4 อนุรักษ์ น้ำ ดิน ต้นไม้ และชุมชน
ศิลปะการบริหารจัดการน้ำ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ แห่งนี้อธิบายตั้งแต่น้ำหยดแรกจากยอดเขาใหญ่จนถึงหยดสุดท้ายที่ไหลลงทะเล มีที่เก็บและท่อลำเลียงเป็นระบบใช้ได้ตลอดปี แถมไล่น้ำเค็มลงทะเลพอปลายทางกระจายไปบำบัดจนได้น้ำคุณภาพดีไปเลี้ยงสัตว์ ทุกวันนี้ แม้แต่ กรุงเทพมหานคร ลุ่มเจ้าพระยามีปัญหาเรื่องน้ำทะเลกับน้ำเหนือหนุน ก็ได้อานิสงส์จากโครงการนี้
เนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์สร้างเพลิดเพลินตื่นตาแก่ทุกคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม
มุมที่ 1 ห้องป่าต้นน้ำ พร้อมเรื่องราวผ่าน แสง สี เสียง กลมกลืนกับธรรมชาติเสียงนกร้อง ให้แต่ละคนได้เรียนรู้ถึง ป่าฝน มีไว้ป้องกันภัยธรรมที่รุนแรง ป่าเปียก ปลูกไม้โตเร็วริมลำธารเป็นแนวป้องกันไฟป่า ป่าคลุมดิน การแนะนำให้ปลูกไม้ฟืน ไร่สวนผสม
มุมที่ 2 ทำอย่างอื่นไปด้วยกัน เช่น สร้างฝาย อนุรักษ์ดิน สะท้อนคุณธรรมควบคู่กับจิตสำนึกชุมชนให้เห็นถึงประโยชน์มหาศาลของป่าทุกชนิด
มุมที่ 3 การจัดการทรัพยากรน้ำ 92 หยดลงสู่ทะเลต้องมีต้นน้ำกักไว้โดยมีเชื่อนกลางน้ำเป็นฝายเล็กๆ สุดท้ายคือสระก่อนจะสิ้นสุดตรงป่าชายเลน เรียกกันว่า จากภูผาสู่มหานที มีลักษณะจำลองเช่นนี้เอง
มุมที่ 4 ฝนเทียม จำลองกรรมวิธีเลี้ยงเมฆให้อ้วนจนฟ้าครึ้มพร้อมจู่โจมด้วยเฮลิคอปเตอร์จำลอง นักท่องเที่ยวสามารถมุดลงไปข้างใต้เมื่อฝนตกจะมีละอองกระเซ็นเป็นฝอยสัมผัส ไอน้ำนั้นได้ ถูกใจเยาวชนที่แวะเข้ามาชม
มุมที่ 5 การศึกษาเรื่องน้ำ
มุมที่ 6 ทฤษฎีแห่งการยืดหยุ่นได้
มุมที่ 7 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาตนเอง
มุมที่ 8 ชุมชนพอเพียง
มุมที่ 9 พิพิธภัณฑ์แห่งชีวิต มุมนี้จะต้องเดินลงจากอาคารพิพิธภัณฑ์ไปตามแผนที่ประเทศไทยทำเป็นสวนครัว ขนาดใหญ่ 4 ภาค เป็นอันว่าเที่ยวจนเพียงพอจุใจ
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ แยกรังสิตตามทางหลวงหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาที่หินกองไปตามถนนสุวรรณศร ทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงนครนายก
รถโดยสาร จากกรุงเทพ ฯ มีรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2) มีเส้นทางเดินรถ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกรุงเทพ ฯ – รังสิต – องครักษ์ – นครนายก หรือเส้นทางกรุงเทพ ฯ – หินกอง – นครนายก
รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่ สถานีขนส่งสายเหนือ (ถ.กำแพงเพชร 2)
โทร.0-2936-3660, 0-2936-3666
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
• สำนักงาน ททท.สำนักงานนครนายก โทร.0-3731-2282, 0-3731-2284
• ผู้ประสานงานศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ นครนายก
• คุณปัญญา ปุลิเวคินทร์ โทร.08-1964-5915
• คุณวริสร รักษ์พันธุ์ โทร.08-1970-3779
แผนที่ไปศูนย์ภูมิิรักษ์ธรรมชาติ
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: THE BHUMIRAK DHAMACHART PROJECT, THE ROYAL NATURE CONSERVATION CENTER, นครนายก, ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
ถนนสายดอกไม้ยาวที่สุด

ถนนสายดอกไม้ยาวที่สุดในประเทศไทย
Thai Flower street – ถนนเลียบคลอง 15 นครนายก นับว่าเป็นถนนสายดอกไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ประมาณ 8 กิโลเมตร เพราะที่นี่เขาได้รวบรวมพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ นับพันชนิดเอาไว้ สามารถมาเลือกซื้อได้ทั้งแบบปลีก และแบบส่ง
และที่สำคัญที่นี่ยังเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญ ของจังหวัดนครนายก เนื้อที่กว่า 900 ไร่ เป็นทั้งแหล่งปลูก และจำหน่าย ไม้ดอก ไม้ประดับ ที่ขายทั้งในประเทศ และส่งออกไปยังต่างประเทศ จากที่ทดลองปลูก เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตอนนี้มีชาวบ้านหันมายึดอาชีพ เพาะพันธุ์ ไม้ดอก ไม้ประดับกว่า 800 ครัวเรือน ผู้ที่มาที่นี่ยังสามารถเลือกชมพันธุ์ไม้ตลอดเส้นทาง 8 กิโลเมตร มีทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ถัก ไม้ล้อม ไทร ราคาตั้งแต่ต้นละไม่ถึง 1 บาท จนถึงหลักแสน
เจ้าของสวนยินดีขายให้กับทุกคนในราคาขายส่ง รวมถึงยังสามารถหาวัสดุเพาะชำต้นไม้ในราคาถูกด้วย สวนแต่ละสวนยังพยายามหาจุดขายของตัวเองด้วยการนำพันธุ์ไม้ที่แปลกๆ มาขาย และสร้างบรรยากาศในสวนให้ร่มรื่น รวมถึงจัดที่พักให้กับผู้ซื้อพันธุ์ไม้ และนักท่องเที่ยวให้มาพักผ่อนหย่อนใจ

source: ThaiPBS
photo: http://gopumm.multiply.com
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: Thai Flower street, ถนนสายดอกไม้, นครนายก, ไม้ดอก-ไม้ประดับ











