ตลาดน้ำบางน้อย
ตลาดน้ำบางน้อย
photo : Weekend Magazine
ตั้งอยู่ที่ปากคลองบางน้อย (วัดเกาะแก้ว) ต.กระดังงา อ.บางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม อยู่ห่างจากตลาดน้ำอัมพวาเพียง 4 กิโลเมตร ทั้งสานน้ำที่ใสสะอาด ลมเย็นสบาย จะเดินไปทางไหนก็แช่มชื่น ทั้งยังมีของกิน ผักสด ผลไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น กล้วย ลิ้นจี่ ส้มโอ มะม่วง มะพร้าว น้ำตาลมะพร้าว วุ้นมะพร้าวอ่อน ปลาทู กะปิคลองโคน ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อหาในราคาเป็นกันเอง
ก้าวแรกของการเดินเที่ยวชมตลาดน้ำบางน้อยจะเห้น พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทพันใบ ตั้งเซียมฮะ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวม หม้อไหลวดลายสวยงามแปลกตาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์เอาไว้ แสงแดดอ่อนๆ เหมือนเรียกความคึกคักให้ตลาดน้ำแห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมา แล้วผู้คนหลากหลายต่างเริ่มทยอยกันเข้ามาทักทาย บรรยากาศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ สายน้ำใสสะอาดพัดเอาไอเย็นโชยมาปะทะใบหน้าตลอดระยะในระยะเส้นทางที่เดินเที่ยว พ่อค้าแม่ค้าต่างกำลังขะมักเขม้นพายเรือขายของบนน้ำอย่างเป็นมิตรกับลูกค้า
เดินมาสักระยะจะเห็น ร้านสานน้ำฤาจะกั้น ซึ่งขายกาแฟรสชาติเข้มอร่อย โปสการ์สวยๆ น่าเลือกซื้อไว้เป็นที่ระลึก
ตลาดน้ำบางน้อย เปิดสำหรับนักท่องเที่ยวเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.00 เป็นต้นไป ซึ่งตอนเดินทางกลับหากใครยังพอมีแรงเดินเที่ยวต่ออีกสักนิดจะแวะ ตลาดน้ำอัมพวา อีกสักหนึ่งที่ก้ถือได้ว่าการมาท่องเที่ยวครั้งนี้สุดคุ้ม
การเดินทาง
จากอนุสาวรีย์ มีรถตู้บริการถึงตลาดน้ำบางน้อย
หากขับรถมาเอง ให้ขับตรงมาตามทางที่มา จังหวัดสมุทรสาคร ไม่ต้องเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร ขับตรงมาเรื่อยๆ ถึงจังหวัดสมุทรสงคราม เข้าทางเดียวกับตลาดน้ำอัมพวา แล้วให้ขับรถเลยออกมาประมาณ 4 กิโลเมตร ก็จะถึงตลาดน้ำบางน้อยแล้ว
อุทยานร2 อัมพวา

ณ อุทยาน ร2
Central Park Rama2
source: http://www.yourhealthyguide.com/travel/tc-park-rama2.htm
พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย 4 หลัง จัดพิพิธภัณธ์แบบชาติพันธุ์วิทยา แสดงศิลปวัตถุในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ที่จะสะท้อนให้เห็นลักษณะศิลปวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และการดำรงชีวิตของชาวไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยแบ่งเป็นส่วนดังนี้
หอกลาง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 2 และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุ สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน ซึ่งเป็นอุปกรณ์การแสดงนาฏกรรมตามบทวรรณคดีพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หุ่นวรรณคดีเรื่องสังข์ทองและอิเหนา หนังใหญ่
ห้องชาย จัดแสดง ให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ พร้อมในการอาสาปกป้องผืนแผ่นดินตามลักษณะสังคมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีพระพุทธรูปสำหรับบูชา สมุดไทย เสื้อขุนนางไทยโบราณ ดาบ โล่ รวมทั้งพระแท่นบรรทมซึ่งเชื่อว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ห้องหญิง ตกแต่งให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงไทยโบราณ มีเตียงนอน แบบไทย โต๊ะเครื่องแป้ง คันฉ่อง ฉากปัก เป็นต้น
ชานเรือน จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณ ตกแต่งด้วยกระถางไม้ดัด ไม้ประดับ
ห้องครัวและห้องน้ำ จัดแสดงลักษณะครัวไทยมีเครื่องหุงต้ม ถ้วยชามและห้องน้ำของชนชั้นกลาง
แผนที่และเส้นทางการเดินทางไปเที่ยวชมอุทยานฯ
ที่ตั้ง : ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
อุทยานฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น. (อัตราค่าเข้าชม เด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท)
ส่วนพิพิธภัณฑ์เปิด เวลา 09.00 – 17.00 น.
การเดินทาง :
รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม 2 (ถนนธนบุรี-ปากท่อ เดิม) ไปถึงหลัก กม.ที่ 63 ชิดซ้ายใช้ทางคู่ขนานต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงครามผ่านตัวเมือง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) ถึงสามแยกอัมพวาชิดซ้ายเข้าอัมพวา วิ่งตรงผ่านตลาดอัมพวา ข้ามสะพานคลองอัมพวา (สะพานเดชาดิศร) ตรงไปผ่านวัดอัมพวันฯ อุทยานอยู่ซ้ายมือ
รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี-ปากท่อ) ถึงกิโลเมตรที่ 63 เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม กิโลเมตรที่ 36-37 มีทางแยกซ้ายไปอุทยานฯ เข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร
รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาล อำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวก-ราชบุรี ลงหน้าอุทยาน ร.2
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: Central Park Rama2, สมุทรสงคราม, อัมพวา, อุทยาน ร 2 Memorail Park, อุทยาน ร.2, อุทยานร2
บ้านเขายี่สาร

บ้านเขายี่สาร
Bann khao Yisan
คำว่า " ยี่สาร" แปลว่าตลาด เพี้ยนมาจากคำว่า บาซาร์ (Barzaar) ในภาษาเปอร์เซีย คำนี้มีมานานในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีชื่อ เจ้าฟ้ากรมขุนยี่สารสรณี ซึ่งคือชายาของเจ้าฟ้า
วัดเขายี่สารเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน วัดแห่งนี้สร้างในสมัยพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา ราว พ.ศ.2246 ได้รับการบูรณะสมัยรัชกาลที่4-5 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระอุโบสถเป็นศิลปะสมัยอยุธยา ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามอยู่ภายในโบสถ์และในวิหารด้วย ที่สำคัญคือบานประตูพระวิหารแกะสลักลวดลายสวยงาม เชื่อว่าเป็นฝีมือช่างปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา
ธรรมธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ตามหลักฐานทางโบราณคดีมีการขุดค้น ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีมีอายุของโบราณวัตถุสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา บริเวณเขายี่สารมีเวิ้งน้ำเรียกว่า “อู่เรือสำเภา” แสดงว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การพักเรือสำเภา บ้านเขายี่สารจึงกลายเป็นชุมชนที่เป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทางจากกรุงศรีอยุธยาผ่านกรุงเทพฯ ผ่านแม่กลองไปเพชรบุรี นครศรีธรรมราช และเป็นเส้นทางค้าขายออกสู่ทะเลไปยังประเทศต่างๆ เช่น จีน ชวา อินเดีย หรือแม้แต่ยุโรป
หมู่บ้านเขายี่สารตั้งอยู่ที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ชุมชนบ้านเขายี่สารเป็นหมู่บ้านที่มีกลุ่มคนอยู่อาศัยสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อกันว่าเป็นหมู่บ้านที่มีอายุยืนยาวมาไม่น้อยกว่า 800 ปี ราวต้นสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือพุทธศตวรรษที่19 ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านยี่สารยังสงบร่มเย็น และสืบทอดวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบชาวบ้าน น่าสนใจและน่าไปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยิ่ง
การไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเขายี่สาร นอกจากการชมภูมิประเทศหมู่บ้านและผู้คนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและอัธยาศัยดี งาม ชมวัดที่มีศิลปะอันทรงคุณค่าที่มีอยู่ในวัดแล้ว ชาวบ้านยังได้ร่วมกันจัดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นซึ่งควรได้รับการยกย่องสรรเสริญ เพราะนอกจากจะแสดงเรื่องราวความเป็นมาอันภาคภูมิใจของหมู่บ้าน เป็นแหล่งความรู้สำหรับเยาวชนของหมู่บ้านและคนทั่วไป ยังแสดงให้เห็นพลังแห่งความสามัคคีร่วมใจกัน
พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สารจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาของการจัดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กำลังสำคัญคนหนึ่งในหลายคนในการจัดทำพิพิธภัณฑ์ คือ อาจารย์สิริอาภา รัชตะหิรัญ แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นคนที่เกิด ณ.บ้านเขายี่สาร เป็นชาวเขายี่สารเต็มตัว
ในพิพิธภัณฑ์ได้นำวัตถุสิ่งของมาจัดแสดงไว้เป็นหมวดหมู่ แสดงประวัติ เรื่องราว และวิวัฒนาการของชุมชนบ้านเขายี่สาร รวมทั้งจำลองภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้านเขายี่สารเกือบครบทุกแง่มุม
การเดินทางไปบ้านเขายี่สาร
เส้นทางที่1 เดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ไปตามถนนสายธนบุรี-ปากท่อ พอผ่านจังหวัดสมุทรสงครามข้ามแม่น้ำแม่กลองไปประมาณ 3-4 กิโลเมตร ถึงปั๊มน้ำมัน ปตท. ก่อนถึงคลองโคนจะมีถนนด้านซ้ายมือแยกไปบ้านเขายี่สาร ระยะทางประมาณ 7.5 กิโลเมตร
เส้นทางที่2 เดินทางโดยทางรถไฟสายใต้ ลงที่สถานีรถไฟวัดกุฏิแล้วลงเรือไปตามคลองยี่สาร
เส้นทางที่3 ถ้าจะไปทางเรือจากอัมพวาหรือแม่กลอง (จังหวัดสมุทรสงคราม) ไปตามคลองขุดดอนจัน เข้าคลองบางลี่หรือคลองชุมชนชื่นก็จะออกที่บ้านเขายี่สาร
เส้นทางที่4 เส้นทางนี้ขอแนะนำว่าควรไปอย่างยิ่งเพราะได้ชมทั้งปากน้ำแม่กลอง ทะเล และปากทางจากทะเลเข้าไปตามคลองเข้าสู่บ้านเขายี่สาร การเดินทางลงเรือที่ท่าเรือวัดหลวงพ่อบ้านแหลม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ล่องเรือดูภูมิประเทศสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ออกสู่ปากอ่าวแม่กลอง ชมชีวิตชาวประมง การเลี้ยงหอยแคลง หอยแมลงภู่ ป่าชายเลน ทะเลตม ชุมชนบ้านตะบูน เข้าคลองขุดยี่สาร เข้าถึงหมู่บ้านเขายี่สาร
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: Bann khao Yisan, บ้านเขายี่สาร, สมุทรสงคราม, แม่กลอง
ร้านเรือนวารี สมุทรสงคราม

ร้านเรือนวารี สมุทรสงคราม
แผนที่ ร้านเรือนวารี สมุทรสงคราม
ชิมอาหารอร่อยร้านเรือนวารี ริมแม่น้ำแม่กลอง จ. สมุทรสงคราม
ร้านเรือนวารี โทร 034 770 061
ร้านเรือนวารี การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ไปทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม2-ธนบุรีปากท่อ วิ่งตรงไป เลยแยกเข้าตัวเมืองสมุทรสงครามไปประมาณ 3 กม. ข้ามสะพานพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลงสะพานจากนั้น เลี้ยวซ้ายไปลอดใต้สะพานวิ่งตรงไปอีกเล็กน้อย แล้วเลี้ยวขวา เข้าถนนแหลมใหญ่จากนั้นวิ่งตรงไปอีก 500 เมตร ก็จะถึง ร้านเรือนวารี อยู่ทางขวามือ
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: Samut Songkhram, ร้านเรือนวารี, สมุทรสงคราม, แม่กลอง
ตลาดร่มหุบ

ตลาดร่มหุบ ตลาดทางรถไฟ
ตลาดร่มหุบ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ตลาดแม่กลอง แต่ชาวบ้านมักจะเรียกว่า ตลาดเสี่ยงตาย เป็นตลาดที่ติดอยู่กับสถานีรถไฟแม่กลอง และก็เป็นส่วนหนึ่งของตลาดเทศบาลจังหวัดสมุดสงคราม
ตลาดร่มหุบ เริ่มมาตั้งขายบริเวณทางริมรถไฟ ประมาณปี พ.ศ. 2527 เป็นตลาดที่อยู่บนทางรถไฟ สายแม่กลอง-บ้านแหลม พ่อค้า-แม่ค้า ตั้งแผงสองข้างทางรถไฟ ส่วนลูกค้าก็อาศัยทางรถไฟเป็นถนน สำหรับจับจ่ายซื้อของ นักท่องเที่ยวหลายคนใช้วิธีท่องเที่ยว โดยการมาขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านแหลม มายังสถานีรถไฟแม่กลอง
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่กระจาด กระบุง ตะกร้า จะถูกจัดวางเข้าๆออกๆ อย่างเป็นระเบียบและรวดเร็วภายในพริบตา รถไฟขบวนนี้เป็นสายสั้น จากสถานีมหาชัยถึงสถานีแม่กลอง ( จำนวน 2 โบกี้) เวลาเข้า-ออก คือ ออก : 6.20 น. , 9.00 น. , 11.30 น. ,15.30 น. เข้า : 8.30 น. , 11.10 น.15.30 น. น้องแพง ตื่นเต้นกับสีสันของตลาดแห่งนี้ที่เมื่อได้ยินเสียงระฆังหรือธงที่โบกสะบัด จากนายสถานี ก็เริ่มจับตามองต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่าเป็นงาน (เข้า)ประจำของพ่อค้าแม่ขายทั้งหลายเหล่านี้ แต่เป็นเสน่ห์และความสนุกสนานของบรรดานักท่องเที่ยวนั่นเอง
เมื่อรถไฟผ่านไป ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม สองพ่อลูกเริ่มท่องตลาดหาของดีของอร่อยกัน และแน่นอนว่าพระเอกของที่นี่จะต้องเป็นอาหารขึ้นชื่อ นั่นคือ “ปลาทู” และจะต้องเป็นปลาทูตัวเล็กที่หน้างอ คอหัก เท่านั้นถึงจะเป็นปลาทูแสนอร่อยของแท้
กำหนดเวลาเดินรถไฟสายแม่กลอง-บ้านแหลม
เที่ยวที่ 2 ไปเวลา 07.00 น กลับเวลา 11.10 น
เที่ยวสุดท้ายกลับสถานีแม่กลองเวลาเย็น เวลา 17.40 น รวมทั้งขาเข้า-ออก 8 เที่ยว ต่อวัน
แน่นอนว่าเมื่อมีโอกาสมาตลาดแม่กลองแล้ว อาหารที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยติดอันดับ นั่นก็คือ ปลาทูหน้างอคอหัก ที่ต้องบอกว่าอร่อยที่สุด โดยเฉพาะหน้าหนาว

แพง-ขวัญข้าว เหมา ปลาทู หมดเข่ง ตื่นตา ตลาดร่มหุบ จ. สมุทรสงคราม
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: Fresh Market, Rhom Hoop Market, Samut Songkhram, ตลาดรถไฟ, ตลาดร่มหุบ, ตลาดเสี่ยงตาย, ตลาดแม่กลอง, สมุทรสงคราม






