อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์
อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์
Doi Inthanon National Park
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ป่าดอยอินทนนท์นั้นเดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาเมื่อได้มีการสำรวจทางอากาศพบว่า ป่าแห่งนี้มีสภาพสมบูรณ์มาก เป็นต้นน้ำลำธาร มีทิวทัศน์และเอกลักษณ์ทางสภาพธรรมชาติสวยงาม และเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติในสมัยนั้นสภาบริหารคณะปฏิวัติ (หัวหน้าคณะปฏิวัติคือ จอมพล ถนอม กิตติขจร) จึงได้อนุมัติหลักการให้กรมป่าไม้ดำเนินการ ที่ดินป่าดอยอินทนนท์ในท้องที่ตำบลบ้านหลวง ตำบลสบเตี้ยะ ตำบลสองแคว ตำบลยางคราม อำเภอจอมทอง ตำบลแม่วิว อำเภอสันป่าตอง เนื้อที่ 168,750 ไร่ จึงได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 6 วันที่ 2 ตุลาคม 2515
แท้จริงแล้วมาจากภาษาปกาเกอญอ (กะเหรี่ยง) แปลว่า "ใหญ่" เพราะฉะนั้นคำว่า "ดอยอ่างกา" จึงแปลว่าดอยที่มีความใหญ่นั่น เอง ดอยอินทนนท์ อดีตกาลก่อนป่าไม้ทางภาคเหนืออยู่ในความควบคุมของเจ้าผู้ครองนครต่าง ๆ สมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ (องค์สุดท้าย) พระองค์ให้ความสำคัญกับป่าไม้อย่างมาก โดยเฉพาะป่าในบริเวณดอยหลวง ทรงรับสั่งว่า หากสิ้นพระชนม์ลงให้นำอัฐิบางส่วนขึ้นไปสร้างสถูปบรรจุไว้บนดอย ดอยนี้จึงมีนามเรียกขานว่า "ดอยอินทนนท์" แต่มีข้อมูลบางกระแสกล่าวว่า ที่ดอยหลวงเรียกว่า ดอยอินทนนท์ นั้น เป็นเพราะเนื่องจากว่าเป็นการให้เกียรติ เจ้าผู้ครองนคร จึงตั้งชื่อจากคำว่า "ดอยหลวง" ซึ่งเป็นชื่อที่มีความซ้ำกับดอยหลวง ของอำเภอเชียงดาว แต่ภายหลังมีชาวเยอรมัน มาทำการสำรวจและวัด ซึ่งปรากฎผลว่า ดอยหลวง หรือดอยอ่างกา ที่อำเภอแม่แจ่มมีความสูงกว่า ดอยหลวง ของอำเภอเชียงดาว จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ เพื่อไม่ให้มีความซ้ำซ้อนกัน และเรียกดอยแห่งนี้ว่า "ดอยอินทนนท์" อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของ "ป่าสงวนแห่งชาติดอยอินทนนท์"
สภาพภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสูงสลับ ซับซ้อน เป็นส่วนหนึ่งของแนวเขตเทือกเขาถนนธงชัยที่ทอดตัวตามแนวเหนือ-ใต้ ทอดตัวมาจากเทือกเขาหิมาลัยในประเทศเนปาล มีระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 400-2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยจุดสูงสุดอยู่ที่ยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นจุดที่สูงสุดในประเทศไทย ยอดเขาที่มีระดับสูงรองลงมา คือ ยอดดอยหัวหมดหลวง สูง 2,330 เมตร ยอดดอยหัวหมดน้อย สูง 1,900 เมตร ยอดดอยหัวเสือ สูง1,881 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ในพื้นที่สูงตอนบนของอุทยานแห่งชาติ โดยทั่วไปแล้วจะมีสภาพที่ชุ่มชื้นและหนาวเย็นตลอดปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณยอดดอยอินทนนท์ซึ่งมีลักษณะเป็นสันเขาและยอดเขา จะมีกระแสลมที่พัดแรงและมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาก และในช่วงวันที่หนาวจัดในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อุณหภูมิจะลดต่ำลงถึง 0-4 องศาเซลเซียส และจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้น ที่ระดับกลางของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ สภาพอากาศโดยทั่วไปจะมีลักษณะค่อนข้างเย็นและชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 20 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูหนาวในเดือนธันวาคม-มกราคม อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ระหว่าง 15-17 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,000-2,100 มิลลิเมตร/ต่อปี สำหรับในพื้นที่ที่มีระดับความสูงตั้งแต่ 1,800 เมตรขึ้นไป จะมีสภาพอากาศที่เย็นและชุ่มฉ่ำอยู่ ทั้งนี้เพราะจะเป็นระดับความสูงของเมฆหมอก ทำให้สภาป่ามีเมฆและหมอกปกคลุมเกือบตลอดปี
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
119 หมู่7 ต.บ้านหลวง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่ 50160
โทรศัพท์ 0 5328 6730, 0 5328 6728 โทรสาร 0 5328 6728 อีเมล inthanon_np@hotmail.com
การเดินทาง
รถยนต์
จาก ตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ผ่านอำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตอง ไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009 (จอมทอง-ดอยอินทนนท์) จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 (น้ำตกแม่กลาง) และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 48 กิโลเมตร ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31
แผนที่ อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์
ระบบจองบ้านพัก/ค่ายพักแรมออนไลน์
More info: http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=1&lg=1
http://conservation.forest.ku.ac.th/ecotourdb/Cgi-bin/site/doi_Inthanon/doi_inthanon_general.asp
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: Chiang Mai, Doi Inthanon National Park, ดอยอินทนนท์, อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์, เชียงใหม่
ดอยอ่างขาง
ดอยอ่างขาง
Doi Ang Khang
ดอยอ่างขาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือ 137 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีก 25 กม. ดอยอ่างขางเป็นเทือกดอยสูงติดกับสันเขาพรมแดนประเทศพม่า จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวไปเยือนดอยอ่างขางคือการไปเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาวภายโครงการฯ สถานีเกษตรดอยอ่างขางได้รับการจัดตั้งเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อวิจัยพืชเมืองหนาวเพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่นและหยุดการทำลายป่า ดอยอ่างขางมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบในหุบเขาลักษณะเหมือนท้องกะทะหรือเหมือนอ่าง อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร ภายในโครงการมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาก เช่น แปลงปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้ง แปลงปลูกไม้ในร่ม แปลงทดลองกุหลาบ แปลงปลูกผัก แปลงปลูกผักในร่ม สวนท้อ สวนบ๊วย ป่าซากุระ ป่าเมเปิล พระตำหนักอ่างขาง
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ( ดอยอ่างขาง ) เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร และมียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 26.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,577 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง” เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่าเก่า ก่อน
ปัจจุบัน ดอยอ่างขาง ได้เปลี่ยนสภาพจากภูเขาซึ่งถูกตัดไม้ทำลายป่ามาเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ผลกว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และไม้ดอกเมืองหนาวมากกว่า 20 ชนิด สภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 16.9 องศาเซลเซียส มีชาวไทยภูเขาเผ่าจีนฮ่อ ไทยใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง อาศัยอยู่โดยรอบกว่า 600 ครัวเรือนใน 6 หมู่บ้าน
อากาศบน ดอยอ่างขาง หนาวเย็นตลอดปีโดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อากาศเย็นจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำค้างแข็ง นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมเครื่องกันหนาวมาให้พร้อม เช่น หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เสื้อกันหนาว สถานที่น่าสนใจบนดอยมีหลายแห่ง ได้แก่
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ( ดอยอ่างขาง ) เรื่องกำเนิดของสถานีฯแห่งนี้เป็นเกร็ดประวัติเล่ากันต่อมาว่าครั้งหนึ่งพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จทางเฮลิคอปเตอร์ผ่านยอดดอยแห่ง นี้และทอดพระเนตรลงมาเห็นหลังคาบ้านคนอยู่กันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระดำรัสสั่งให้เครื่องลงจอด เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาทอดพระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น และหมู่บ้านตรงนั้นก็คือหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอซึ่งในสมัยนั้นยังไว้ แกละถักเปียยาว แต่งกายสีดำ สะพายดาบ พระองค์มีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตร สถานีฯจึงเกิดขึ้นเมื่อปี 2512 มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน โดยมุ่งที่จะหาผลิตผลที่มีคุณค่าพอที่จะทดแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา และทำการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมแก่ชาวเขาในบริเวณใกล้เคียง สามารถชมแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอรี่ สาลี่ ราสเบอรี่ พลับ กีวี ลูกไหน เป็นต้น พืชผักเมืองหนาว เช่น แครอท ผักสลัดต่างๆ ฯลฯ แปลงไม้ดอก เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบ แอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ มีการจำหน่ายผลิตผลตามฤดูกาลที่ปลูกในบริเวณโครงการฯ ให้แก่นักท่องเที่ยว
การเดินทาง
จากเชียงใหม่ ใช้เส้นทางสาย 107 เชียงใหม่-ฝาง เป็นเส้นทางผ่านแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ทางแยกเข้าดอยอ่างขางมี 2 เส้นทาง คือ แยกซ้ายที่ กม.79 เป็นเส้นทางใหม่ที่ไม่ชันมากแต่ทางจะเปลี่ยวหน่อย ระยะทางจากแยกทางหลวงสาย 107 ไปจนถึงอ่างขางมีระยะทางประมาณ 50 กม. อีกเส้นทางคือแยกที่ กม.137 มีระยะทางถึงอ่างขางประมาณ 25 กม. เป็นเส้นทางที่สั้นแต่ชันมาก รถเก๋งและรถทุกชนิดขึ้นได้ถ้าคนขับมีฝีมือ ถ้าไม่แน่ใจให้จอดรถไว้ที่วัดที่ปากทาง กม.137
จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางสาย 1089 เลยอำเภอไชยปราการไปประมาณ 8.5 กิโลเมตร แยกซ้ายขึ้นดอยอ่างขางไปตามเส้นทางหมายเลข 1249 ตัดผ่านหมู่บ้านแล้วตัดตรงขึ้นดอยอ่างขาง เป็นเส้นทางที่ชันที่สุดและลุ้นที่สุดของเส้นทางในเมืองไทย
ที่พัก อ่างขาง เนเจอร์ รีสอร์ท เชียงใหม่
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: Doi Ang Khang, ดอยอ่างขาง, สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง, เชียงใหม่
ล่องแก่งแม่แตง เชียงใหม่

ล่องแก่งแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
ลักษณะทางภูมิศาสตร์และสภาพของแก่ง
แม่น้ำแม่แตงมีความยาวประมาณ 140 ก.ม. ต้นน้ำไหลมาจากชายแดนไทย-พม่าเขตอำเภอเวียงแหงจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านตำบลเมืองคอง บ้านป่าข้าวหลาม บ้านสบก๋าย บรรจบกับแม่น้ำปิงที่อำเภอแม่แตง ช่วงที่ผ่านบ้านเมืองคอง บ้านป่าข้าวหลาม บ้านโป่งแง่นลงมาจนถึงบ้านสบก๋ายระยะทางประมาณ 40 ก.ม. เป็นช่วงที่มีเกาะแก่งและกระแสน้ำเชี่ยวพอประมาณกับการสนุกด้วยเรือคยัคขั้น พื้นฐานหรือแพไม้ไผ่ ไม่เหมาะกับเรือยางที่ต้องการความรุนแรงของสายน้ำมากกว่า
ช่วงจากบ้านสบก๋ายถึงบ้านเมืองกึ๊ดระยะทางประมาณ 10 ก.ม. เป็นช่วงที่มีเกาะแก่งและความต่างระดับสูง กระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก โดยมีระดับความยากของแม่น้ำตั้งแต่ระดับ 2 ไปจนถึงระดับ 5 เป็นช่วงที่เหมาะกับการล่องแก่งด้วยเรือยางมากที่สุด หลายช่วงเป็นแก่งน้ำตก แก่งลดระดับ แก่งโค้งหน้าผาที่มีความดุดันระดับ 3 – 5 ติดๆ กัน 6 – 7 แก่งเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อรวมตลอดเส้นทางแล้วจะมีแก่งให้สนุกตื่นเต้นมากกว่า 15 แก่งในการล่องระยะ 2 ชั่วโมงเศษๆ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม และสภาพการล่องในช่วงต่างๆ ของปี
เดือนมิถุนายน
กระแสน้ำจะอยู่ที่ระดับ 2 ถึง 3+ มีความปลอดภัยสูง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกล่องกับผู้ประกอบการมาตราฐานใดๆ ก็ได้เพราะน้ำยังไม่แรงมากนัก
เดือนกรกฏาคม – เดือนสิงหาคม
กระแสน้ำจะดุดันที่ระดับ 3 ถึง 4+ ต้องระวัง และใช้เทคนิคสูงสุด ทีมกู้ภัยต้องพร้อม 100% ควรหลีกเลี่ยงการล่องกับผู้ให้บริการมาตราฐานต่ำที่มีอยู่มากมาย
เดือนกันยายน
กระแสน้ำหลาก ความยากระดับ 4 ถึง 5+ เหมาะกับนักล่องแก่งระดับ Hardcore ต้องเว้นข้ามในบางจุด ที่มีความเสี่ยงสูง ต้องระวัง และใช้เทคนิคสูงสุดอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวจำนวน 15 % มีโอกาสหลุดจากเรือ หรือเรือพลิกคว่ำ ทีมกู้ภัยต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด และนักท่องเที่ยวควรต้องมีประสบการณ์มาพอสมควร และสามารถช่วยตัวเองได้ในระดับหนึ่งด้วย
เดือนตุลาคม – เดือนธันวาคม
กระแสน้ำจะอยู่ที่ระดับ 3 ถึง 4 มีความปลอดภัย แต่ทีมกู้ภัยต้องพร้อม 100 % เพราะกระแสน้ำยังแรงอยู่ หลังจากกลางเดือนมาแล้วกระแสน้ำจะลดความรุนแรงลงมาอยู่ที่ระดับ 3 ซึ่งทุกคนสามารถล่องได้ เหมาะแก่การล่องแก่งผจญภัยร่วมกับครอบครัว และเด็กๆ ควรหลีกเลี่ยงการล่องกับผู้ให้บริการมาตราฐานต่ำที่มีอยู่มากมาย
เดือนมกราคม – เดือนมีนาคม
กระแสน้ำอยู่ที่ระดับ 2 ถึง 3 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สนุกมาก เหมาะกับครอบครัว และเด็กๆ ที่จะมาท่องเที่ยวผจญภัยร่วมกัน รวมทั้งผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ มีความปลอดภัยสูงมาก กระแสน้ำใสเย็น สามารถเล่นน้ำไปพร้อมกับการล่องได้ ในช่วงเวลานี้ท่านสามารถล่องกับผู้ให้บริการมาตราฐานระดับใดๆ ก็ได้
เดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม
กระแสน้ำจะต่ำมาก ความยากอยู่ที่ระดับ 2 ไม่เหมาะกับ การล่องแก่งด้วยเรือยาง แต่จะสนุกมาก หากทำการล่องด้วยเรือคยัคยางที่มีขนาดเล็ก อันตรายแทบไม่มี เหมาะกับการท่องเที่ยวผักผ่อน
เครื่องใช้ในการล่องแก่งด้วยเรือยางในแม่น้ำแม่แตง
1 . เรือยาง การที่แม่น้ำแม่แตงมีเกาะแก่งมากมาย มีความแรงของกระแสน้ำตั้งแต่ปานกลางไปจนถึง แรงมาก เรือที่เหมาะสมควรเป็นเรือขนาด 3.90 – 4.20 เมตรที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ต้องรองรับความแรงของน้ำได้ที่ระดับ 5 บรรทุกคนลำละ 6 – 7 คนเท่านั้น(รวมกัปตันและผู้ช่วย)
2 . กัปตันเรือ ในเดือนธันวาคมถึงเดือนมิถุนายนซึ่งน้ำยังไม่แรงนั้น ใช้กัปตันประเภทใดมาตรฐานยังไงก็ได้ แต่ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงที่กระแสน้ำมีความแรง นั้น กัปตันที่เชื่อถือได้จะต้องมีประสบการณ์การล่องในแม่น้ำสายนี้มาไม่ต่ำกว่า 3 ปี ถ้าต่ำกว่านั้นควรต้องมีกัปตันอีกคนลงไปช่วย พวกเขาทั้งหมดนอกจากจะถูกฝึกให้เชี่ยวชาญการบังคับเรือรวมทั้งการสื่อสารและ คำสั่งในการพายกับลูกเรือที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว พวกเขายังถูกฝึกให้ทำงานเป็นทีม มีความรู้เรื่องการ Rescue เป็นอย่างดี และเป็นคนแรกที่อยู่ใกล้ลูกทัวร์มากที่สุดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นดังนั้น ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นซึ่งกัปตันเรือเป็นใครก็ได้ เช่นนักเรียนปิดเทอมมาคัดท้ายเป็นงานพิเศษ, พนักงานลูกจ้างป่าไม้ว่างงานมาหารายได้พิเศษ, ชาวบ้านมาคัดท้ายแบบงูๆปลาๆ, ชาวเขาหรือแรงงานเถื่อนมาหางานทำ หรือแม้กระทั่งเจ้าของบริษัทว่างงานมาคัดท้ายเอง ฯลฯ หากแต่พวกเขาต้องเป็นมืออาชีพ มีฝืมือ มีความกล้า ตัดสินใจได้เฉียบพลัน และไม่กลัวน้ำเชี่ยว
3 . เสื้อชูชีพ จากสภาพของแม่น้ำที่ มีความยากดังกล่าว เสื้อชูชีพที่ใช้จึงต้องมีมาตรฐานสูง รองรับ น้ำหนักนักล่องแก่งได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นฝรั่งมีน้ำหนักมากกว่าคนไทย ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้เสื้อชูชีพคุณภาพทั่วไปได้เพราะไม่แน่นหนา รับน้ำหนักได้ไม่มากพอ อนึ่ง เสื้อชูชีพเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ลอยเท่านั้น ผู้สวมใส่จำเป็นต้องใส่ให้แน่นหนากระชับกับตัวเองและต้องช่วยตัวเองในน้ำได้ ในระดับหนึ่งด้วย เพราะไม่ได้ลอยตัวอยู่ในน้ำนิ่งหากแต่อยู่ในกระแสน้ำที่รุนแรง มีเกาะมีแก่ง ฯลฯ ดังนั้นการช่วยเหลือ อย่างรวดเร็วจากทีมกู้ภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น
4 . พาย การล่องแก่งในแม่น้ำแห่งนี้ เป็นการล่องอย่างจริงจัง สภาพการล่องที่นี่ต่างจากหลายแห่งในประเทศไทยอยู่บ้างตรงที่ นักท่องเที่ยวบนเรือจะต้องช่วยพาย และจะต้องพายในแบบและคำสั่งที่กัปตันกำหนดด้วย ในฤดูกาลที่น้ำเชี่ยวนั้นกระแสน้ำรุนแรงมาก พายที่ใช้จึงต้องเป็นพายที่เมื่อพายแล้วมีผลในการบังคับเรืออย่างจริงจัง
5 . ทีมกู้ภัย [Rescue Team] ส่วน ที่สำคัญที่สุดในการล่องแก่งในแม่น้ำแม่แตงคือทีมกู้ภัย ซึ่งเป็นสิ่ง ที่จะต้องมีและปฏิบัติตามภารกิจได้อย่างแท้จริง ผ่านการฝึกการใช้เชือก, การผูกเงื่อน, การกู้ภัยในน้ำเชี่ยว, การปฐมพยาบาล และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีอุปกรณ์ติดตัวพร้อมไม่ว่าจะเป็นเชือกกู้ภัย, รอก, คาราไบเนอร์, มีด, ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น, อุปกรณ์สื่อสาร ฯลฯ เพราะสำหรับผู้ที่รู้จักแม่น้ำสายนี้ดีพอล้วนทราบดีว่าชีวิตของนักล่องแก่ง ขึ้นอยู่กับทีมกู้ภัยที่ดีที่สุดมากเพียงใด
เริ่มต้นอย่างไรดี
จุดเริ่มล่องแก่งที่แม่น้ำแตง อยู่ 70 ก.ม. ทางเหนือของเชียงใหม่ ทางรถเข้าถึงโดยเป็นทางราดยาง 60 ก.ม. และที่เหลืออีก 10 ก.ม. เป็นทางดินเลียบไปกับแม่น้ำ และไหล่เขา ไม่สะดวกสำหรับรถที่มีใต้ท้องต่ำ ผู้ให้บริการล่องแก่งส่วนใหญ่จะจัดเป็นแพ็กเกจรวมรถรับส่งปรับอากาศ อาหาร และเครื่องดื่ม โดยเริ่มรับจากเชียงใหม่เข้าไปเลย
ข้อควรระวัง
ในราคาเดียวกันผู้ให้บริการหลายแห่ง จะล่อหลอกนักท่องเที่ยวที่อยากได้กิจกรรมเยอะๆ แต่ความจริงแล้วไม่มีอะไรดีซักอย่าง และสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปเอง เนื่องจากไม่ชินทางไม่รู้ว่าอะไรอยู่จุดไหน ส่วนใหญ่จะไปเจอกับผู้ให้บริการท้องถิ่นที่ติดป้ายรอรับนักล่องแก่งอยู่หลายที่ แล้วก็ได้ล่องในระยะสั้นเช่นกัน เพราะพวกเขาไม่มีความพร้อมพอ แต่หากนักท่องเที่ยวยืนยันว่าต้องการล่องในระยะ 10 ก.ม. หรือ 2 ชั่วโมงแล้ว บางครั้งด้วยความเห็นแก่ได้ พวกเขาก็จะนำนักท่องเที่ยวเสี่ยงขึ้นไปล่องจากต้นทาง การล่องแก่งน้ำแม่แตงนี้ไม่ใช่ใครไปถึงก็ล่องได้เลย การล่องจะต้องเป็นไปพร้อมกับการทำงานของทีมกู้ภัย ดังนั้นพวกเขาจึงมีกำหนดเวลาแน่นอนพอสมควรในการล่อง ซึ่งท่านอาจจะรอนาน หรือไม่ได้ล่องแก่ง หากไปไม่ทันกำหนด
มีผู้ให้บริการล่องแก่งในแม่น้ำสายนี้หลากหลาย มีมาตราฐานต่างๆกัน ท่านอาจจะถูกผู้ให้บริการหลายแห่งพาล่องไม่ถึงครึ่งระยะทาง ซึ่งใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น แล้วท่านก็จะกลับไปบอกกับคนอื่นๆ ว่า ไปลองล่องมาแล้วแม่น้ำแตง ไม่เห็นมีอะไรเลย ซึค่งความจริงแล้ว ท่านยังไม่ถึงแม่น้ำแตงด้วยช้ำ เพราะท่านเลือกผู้ให้บริการผิด
PROGRAM TOUR เชียงใหม่แอ็ดเวนเจอร์
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand travel info
Tags: ล่องแก่งผจญภัย, ล่องแก่งแม่แตง, ล่องแพยาง, เชียงใหม่, แม่น้ำแตง
เชียงใหม่แอ็ดเวนเจอร์

Chiangmai Adventure
บริษัท เชียงใหม่แอดเวนเจอร์ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการ การท่องเที่ยวแบบผจญภัย ในจังหวัดเชียงใหม่แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจและมีความรู้สึกที่ดีต่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ทางบริษัทได้จัดโปรแกรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เน้นการบริการ อีกทั้งทางบริษัทได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้ที่มาใช้บริการ สำหรับวัตถุประสงค์ในการให้บริการของบริษัทนั้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้พบกับกระสบการณ์ที่แปลกใหม่ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสถึงความงามทางธรรมชาติที่แท้จริง ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการส่งเสริมทางด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
บริษัทเชียงใหม่แอดเวนเจอร์ ได้นำเอา ธรรมชาติอันงดงามที่มีอยู่และความน่าสนใจต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่มาเป็นจุดเด่น ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดความสนใจในการท่องเที่ยวและเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ จากการศึกษา พบว่าบทบาทของบริษัทท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นได้มีบทบาทสำคัญในการช่วยทางด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมทั้งมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยได้มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
PROGRAM TOUR
CMA 01 EXCITING CHIANGMAI
Whitewater rafting, mountain biking, elephant riding and hilltribe visit
CMA 02 Whitewater Rafting Mae Tang River
Whitewater rafting and hilltribe visit
CMA 03 Whitewater Rafting & ATV
Whitewater rafting and ATV ride in the jungle trails
CMA 04 ATV Jungle Trails
ATV ride in the jungle trails
CMA 05 Chiangmai Extreme
4 Hrs. – Trekking , overnight in hiltribe village , Kayaking and Whitewater rafting
CMA 06 Wah River Expeditions
3 days 2 nights 2 days whitewater rafting on the very purely nature.
CMA 07 Beautiful PAI River
2 days 1 nights 2 days whitewater rafting and campfire overnight
Contact Us
184/1 Tunghotel Rd.
3rd floor D Town Inn Amphur Muang
Chiang Mai THAILAND 50000
Telephone: 053 304556 -7
Fax: 053 304557
Information: Mobile. 089 9521000
www.chiangmaiadventure.co.th

Chiangmai Adventure map
Posted by thailand travel guide
Categories: Thailand Travel Guide
Tags: Chiangmai Adventure, ท่องเที่ยวผจญภัย, เชียงใหม่, เชียงใหม่แอ็ดเวนเจอร์
สปา|การนวดตามธาตุ

Jirung Health Resort
จีรัง เฮลท์ รีสอร์ท
การนวดตามธาตุเจ้าเรือน เป็นสปาแบบไทยๆ น้ำมันนวดแต่ละชนิด แต่ละสูตร จะเหมาะกับแต่ละผิวพรรณ และแต่ละธาตุ ซึ่งก็จะมีธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ อาทิ คนธาตุไฟ จะมีอาการ ผิวแห้ง และแพ้ง่าย ก็ควรใช้น้ำมันนวดที่มีน้ำมัน บำรุง ซึ่งก็จะมีลักษณะเย็นๆ
น้ำมันนวดตามธาตุเจ้าเรือน Ayuravedic Massage Oil
ประโยชน์ของการนวดตามธาตุ เช่นการนวดตามธาตุไฟ ซึ่งจะเน้นที่กล้ามเนื้อและเส้นประสาทต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ซึ่งแต่ละธาตุ การเน้นการนวดก็จะแตกต่างกัน
Posted by thailand travel guide
Categories: Spas in Thailand
Tags: Chiang Mai, Jirung Health Resort, Spa Resort Thailand, การนวดตามธาตุเจ้าเรือน, จีรัง เฮลท์ รีสอร์ท, สปา, เชียงใหม่












